รีวิว Honda New CB1300 Super Four 9 ประเด็น เต็มทริป รู้ครบทุกเรื่อง!!

เรื่อง : 13pM / ภาพ : แทน ธรรมชาติ

…บอกเลยว่าหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ที่เป็นความปรารถนาของนักบิดทั่วโลก คือ Honda CB1300 SF ซึ่งปัจจุบัน Honda ยังผลิตรถรุ่นนี้จำหน่ายอยู่และเป็นรถที่ขายดีไม่เคยเอาท์!! …แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะ CB1300SF ไม่ได้สักแต่ขายหน้าตาสปอร์ตไฟกลมที่ไม่เคยพัฒนาอะไร …กลับกันรถรุ่นนี้ยืนหยัดเป็นไอคอนของวงการยานยนต์ 2 ล้อ บนพื้นฐานการพัฒนาที่ซ่อนอะไรดีๆไว้มากมาย…ไปอ่านกันเลย!

1. มิติการควบคุม

น้ำหนักเยอะ 267 กก. แต่พอขี่จริง กลับ เบา-ขี่ง่าย ผลหลักๆมาจากการ “พัฒนา” เมนเฟรมแบบ “เปลคู่” ให้มีจุดยึดเครื่องยนต์ในตำแหน่งที่พอเหมาะ จนเกิด “ความเสถียร” สามารถกระจายน้ำหนักรถออกไปตลอดทั้งคันได้อย่างดี ตรงนี้เป็นสิ่งที่ Honda ใส่ใจมาตลอด ไม่แปลกที่รถรุ่นนี้ยังคงได้รับความนิยมจนเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจนั่นเอง

ช่วงแฮนด์กว้าง 795 กับระยะจากเบาะนั่งสูง 780 มม. เป็นช่วงการขับขี่ที่เรียกว่า “เฉพาะตัว” ของซูเปอร์โฟร์เลย คุมง่ายสบายแขน สังเกตว่าตำแหน่งเว้าของถังน้ำมันนั้นพอดีกับการล็อคเข่าหนีบเข้ากับรถ ตรงนี้คนขี่รู้สึกได้เลยว่ากระชับช่วงขา คนซ้อนก็เช่นเดียวกัน

ในเรื่องการควบคุม คนร่างเล็ก สูง 160 ซม.ขึ้นไปที่พอมีทักษะการขี่บิ๊กไบค์อยู่บ้าง สามารถขี่ได้ไม่ยาก เพราะรถออกแบบมาดีเยี่ยม คนขี่ถ้ามีการออกกำลังแขนให้แข็งแรง ไปกับรถคันนี้ได้สบาย

 

2. เบาะนั่ง

เบาะเป็นงานหนังที่ปราณีต และดีไซน์เชฟให้นั่งขี่แล้วรู้สึกสบาย เบาะและท้ายเห็นว่ามีความกว้าง ถ้าเป็นสายเดินทางก็แค่กระเป๋ากันน้ำดีๆ สักใบกับสายรัดหรือตาข่ายแบบพวก Moto Fizz ออกทริปได้เลย

 

3.ขุมพลัง

ได้ชื่อว่า Super Four ก็ต้องเครื่อง 4 สูบ หม้อน้ำ สำหรับบล็อคนี้ใช้เครื่องยนต์ใหม่ 1,284 ซีซี. 4 สูบเรียง 4 วาล์ว DOHC หัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ กับท่อแบบ 4 ออก 1 ที่ให้เสียงหวาน สุภาพ (ใครอยากหวานดุๆก็ไปหาท่อแต่งเอา)

คาแรคเตอร์เครื่องยนต์ นุ่มนวล แต่ทรงพลัง ช่วงรอบต่ำจนถึงกลางถูกปรับจูนให้ช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการจัดการกับน้ำหนักตัวของรถคันนี้ได้ดีขึ้น ส่วนรอบสูงนั้นคือความสนุกในสไตล์รถสี่สูบเรียงจากฮอนด้า ซึ่งจากการลองอัตราเร่งให้ช่วงที่สั้นมากกับการเร่ง 0-100 ตัวเลขความเร็วปลาย 200 กม./ชม.นั้น ความจริงยังเหลือในมือไปได้อีกเยอะ

ทริปนี้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงผมใช้ดูจากหน้าจอเลย(มีฟังก์ชั่นนี้อยู่) ได้ราวๆ 20 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าน่าพอใจมากๆ

4. เกียร์และคลัทช์

CB1300SF รุ่นนี้ ให้คันเร่งมาแบบคันเร่งไฟฟ้า throttle-by-wire ตอบสนองการบิดแม่นยำ ใกล้เคียงกับลักษณะของคันเร่งสายแบบคลาสสิก ขณะที่เกียร์ 6 สปีด เรนจ์ช่วงเกียร์ค่อนข้างกว้าง พร้อม Assist Slipper Clutch ที่ให้สัมผัสนิ่มนวล และลดอาการ “ล้อหลังล็อค” จากการเชนเกียร์ลงที่รอบความเร็วสูง ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ได้สมูทมาก

5.ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการขับขี่

New CB1300 SF ได้เชื่อมโยงเข้าสู่ความเป็นรถสมัยใหม่ โดยมี 3 โหมดขับขี่ Sport, Standard, Rain ซึ่งแต่ละโหมดปรับค่าความไวของคันเร่งที่มีพละกำลังลดหลั่นกันไปตามแต่ละโหมด ช่วงที่ใช้งานในเมืองผมเลือก Rain และบางช่วงของการเดินทางก็เลือก Sport กับ Road สลับกันไป

สำหรับสายเดินทางที่ “ขี้เมื่อย” Cruise Control เซ็ทความเร็วที่ต้องการตรงปุ่มที่แฮนด์ฝั่งขวา อันนี้บางคนชอบเพราะช่วยลดอาการเกร็งเมื่อยเวลาขี่ทางไกล และยังมีฮีทกริ๊ป ปรับได้ถึง 5 ระดับ(สวิทช์อยู่ที่แฮนด์ด้านซ้าย) อันนี้เวิร์คมากๆครับ ทั้งตอนขี่ตากฝนและขี่เที่ยวดอย ยกตัวอย่างดอยอินทนนท์นี่เลย เจอหนาวๆฮีทกริ๊ปช่วยได้

เรื่องความปลอดภัยมีระบบควบคุมแรงบิด HSTC-Honda Selectable Torque Control หรือ TC ที่เราคุ้นเคย ซึ่งผมมองว่ารถ 4 สูบขนาด 1300 ซีซี.แบบนี้ TC นั้นมีประโยชน์จริงๆ เพิ่มความปลอดภัยได้มาก โดยเลือกเปิด-ปิดได้จากสวิทช์ที่แฮนด์ฝั่งขวา

 

6.ช่วงล่าง

ช่วงล่าง เริ่มจากโช้คอัพหน้าเทเลสโคปิคแบบปกติ ขนาดแกน 43 มม. เดิมๆมีความนุ่มนวลมาก ทั้งนี้ตัวโช้คหน้าของ CB1300SF สามารถปรับค่าได้ง่ายๆ ตรงหัวโช้คด้านบนนั่นเอง เซ็ทดีๆโช้คเดิมเอาอยู่เลยครับ

ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังคู่ Showa สปริงสีแดงมีซับแทงค์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มหลังอลูมิเนียม โช้คหลังสามารถปรับค่า extension ได้ละเอียดถึง 15 ระดับ และปรับ Compression ได้อีก 4 ระดับ อย่างไรก็ตาม ทริปนี้ผมขี่เซ็ทติ้งจากโรงงานรู้สึกได้ว่าช่วงล่างถูกปรับมาให้หนึบนุ่มนวลพอเหมาะดีแล้ว ทั้งความเร็วต่ำ กลาง สูง การขับขี่สบายไม่รู้สึกว่าเรากำลัง “ฟัด” กับยักษ์1300 แต่อย่างใดเลยครับ ส่วนถ้าใครเป็นสายซิ่งผมว่าควรใส่กันสะบัดแผงคอสักตัวก็จบเรื่อง

7.ระบบเบรก

ดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 310 มม. ปั๊ม Nissin คาลิเปอร์ 4 พอต และดิสก์เดี่ยวด้านหลังขนาด 256 มม. ลองแล้วพบว่ามันมีความ “พอดี” กับการใช้งาน ABS 2 ชาแนล หน้า-หลัง สั้นๆเลยว่าเบรกดีครับ

8.ฟังก์ชั่น

นอกจากเรื่องของหน้าตาคลาสสิกกับเครื่องยนต์ทรงพลัง New CB1300SF ไม่ได้ละเลยเรื่องฟังก์ชั่นที่ออกแบบให้ “ใช้งาน” ได้ดีด้วย หน้าปัดกลมแบบคู่ แยกวัดรอบกับวัดความเร็ว ยังคงอยู่ตามอารมณ์ CB คลาสสิก แต่หน้าจอดิจิตัลที่ให้มาเป็น TFT บอกข้อมูลเลขเกียร์ที่เด่นชัด บอกปริมาตรน้ำมันคงเหลือในถัง บอกโหมดการขับขี่ เซ็ททริปได้ 2 ทริป รวมทั้งเลือกดูอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน อุณหภูมิภายนอก ฯลฯ ได้ครบถ้วน การเซ็ทจอใช้ 2 ปุ่มเล็กๆตรงใกล้ๆจอ TFT นั่นเอง
ที่เซอร์ไพรส์มี USB TYPE C อยู่ใต้เบาะ เปิดเบาะมาชาร์จอุปกรณ์ได้เลย มีที่ล็อคแขวนหมวกกันน็อคใต้เบาะฝั่งซ้าย

 

9. บทสรุป

รถรุ่นนี้มีระยะเช็คที่ 6,000 กม. ระยะเปลี่ยนถ่ายของเหลวที่ 12,000 ค่าใช้จ่ายไม่ต่างจากรถบิ๊กไบค์ญี่ปุ่นนำเข้าทั่วไป แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคือ ถ้าคุณเป็นคนที่รักมอเตอร์ไซค์ และอยากได้มอเตอร์ไซค์สักคันที่เมื่อเวลาผ่านไป มันจะไม่ใช่มอ’ไซค์เก่า แต่จะเป็น “มรดก” สายพันธุ์ CB ที่ส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้อีก…แนะว่าเล่น คันนี้เลยครับ ขี่ดี ขี่ง่าย สไตล์เด่นชัด พูดง่ายๆว่าโคตรจบ!! ราคา CB1300SF 575,000 บาท เท่านั้น!!