Panigale V4 Marquez 2025 World Champion Replica รุ่นพิเศษแด่แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุด
Ducati เอาอีกแล้วส่งซูเปอร์ไบค์รุ่นพิเศษชื่อยาวเหยียดอย่าง Panigale V4 Márquez 2025 World Champion Replica รถรุ่นพิเศษแด่แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุด ยั่วน้ำลายสาวก เด่นที่ลายถอดแข่ง MotoGP เบาและแรงกว่า V4 S และขายเพียง 293 คันเท่านั้น แค่นี้ก็ว้าวอยากจะมีเงินจ่ายให้มันมาจอดอยู่ที่บ้านแล้วใช่มั้ยล่ะครับ
Panigale V4 Marquez หน้าตาเป็นอย่างไร?
ด้านการออกแบบหรือดีไซน์ถอดแบบมาจากรถแข่งของเจ้ามดแดงแชมป์โลก MotoGP คนล่าสุด ทั้งสีสันและโลโก้สปอนเซอร์ โดยมีตัวต้นแบบเป็นเจ้า V4S ที่ออกแบบตามแอโรไดนามิกมีทั้งวิงก์เล็ตซึ่งช่วยสร้างแรงกดที่ล้อหน้า และคอร์เนอร์ไซด์พ็อดซึ่งช่วยสร้างกราวด์เอ็ฟเฟ็กต์เวลาเข้าโค้ง
ในโมเดลนี้ก็จะมีการเพิ่มดีเทลพิเศษนอกเหนือไปจากของแต่งเพิ่มเพอฟอร์มานซ์หรือสมรรถนะแล้วก็คือ เจ้าแผงคอ CNC รันนัมเบอร์ไม่ซ้ำกัน ซึ่งก็จะตรงกับกุญแจด้วย มีเบาะนั่งเป็นเบาะหนังอัลคันทาร่า ชิลด์หน้าเรซซิ่งเพล็กซี่กลาส ชุดท้ายสั้น ฝาถังเรซซิ่ง ครอบคลัตช์แบบเปิด ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์หลากหลายจุดไม่ว่าจะเป็นบังโคลหน้า บังโคลนหลัง การ์ดโซ่ การ์ดข้อเท้า ครอบสวิงอาร์ม การ์ดท่อ ครอบจานไฟ และยังมีล้อคาร์บอนไฟเบอร์อีกด้วย
และที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือลายเซ็น ใบรับรองว่าแท้ ไม่ใช่พระปลอม เอ้ย รถปลอม ผ้าคลุมพิเศษ รวมไปถึงส่งมอบในกล่องพิเศษสุด ๆ ตรงกับสีสันของรถ แถมท้ายด้วยเจ้าของจะได้มีโอกาสถ่ายรูปกับมาร์คในงานแข่ง MotoGP หรืองาน World Ducati Week ปี 2026 อีกด้วยนะเออ
รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดคันนี้ใช้เครื่องยนต์อะไร แรงม้า แรงบิดเท่าไหร่?
อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ามีเบสพื้นฐานมาจาก V4S ดังนั้นเครื่องยนต์ก็เลยจะเป็น Desmosedici Stradale 4 สูบวีระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 1,103 ซีซี มีระบบคลัตช์แห้ง ติดตั้งท่อ Akrapovic ที่เบากว่าท่อเดิม 2.5 กก. และทำให้แรงยิ่งขึ้น โดยเคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 218.5 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 122.1 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที
| เครื่องยนต์ | 4 สูบวี 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| กำลัง | 218.5 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที |
| แรงบิด | 122.1 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที |
| ความจุถังน้ำมัน | 17 ลิตร |
| อัตราการสิ้นเปลือง (เคลม) | ประมาณ 15.38 กม./ลิตร |
ช่วงล่างเป็นอย่างไรบ้าง?
ช่วงล่างคันนี้โดดเด่นมาก เริ่มต้นกับเฟรมแบบฟรอนต์เฟรม ในส่วนระบบกันสะเทือนจัดเต็มแบรนด์สวีเดนมาเป็นระบบปรับไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Ohlins Smart EC 3.0 ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Ohlins NPX30 และด้านหลังเป็นโช้ค Ohlins TTX 36 ร่วมกับสวิงอาร์มคู่แบบกลวง อ่อเขามีกันสะบัด Ohlins ปรับด้วยระบบไฟฟ้าเช่นกัน
ขณะที่ระบบเบรกตัวนี้ก็ถือว่าสุดจัดด้านหน้ามีดิสก์เบรก Brembo T-Drive พร้อมครีบระบายความร้อนเพิ่มเติมขนาด 338.5 มม.คู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 Sport Production รับคำสั่งที่มือด้วยปั๊มบน Brembo MCX 19.21 พร้อมตัวปรับแบบรีโมต ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 245 มม. กับคาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ
ปิดท้ายช่วงล่างด้วยล้อคาร์บอนไฟเบอร์กับยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V4 ขนาด 120/70 – ZR17” และ 200/60 – ZR17” หน้าหลังตามลำดับ
| เฟรม | เฟรมแบบฟรอนต์เฟรม |
| ขนาดกว้าง x ยาว x สูง | ไม่ระบุ |
| ระยะฐานล้อ | 1,485 มม. |
| ระยะจากตัวรถถึงพื้น | ไม่ระบุ |
| ความสูงเบาะ | 850 มม. |
| น้ำหนักรถ | 186.5 กก. (ไม่รวมน้ำมัน) |
| ระบบกันสะเทือน | – ด้านหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins NPX30 ขนาด 43 มม. ปรับไฟฟ้า – ด้านหลัง สวิงอาร์มคู่แบบกลวงและโช้คเดี่ยว Ohlins TTX 36 ปรับไฟฟ้า |
| ระบบเบรก | – ดิสก์เบรกหน้าคู่ Brembo T-Drive พร้อมครีบระบายความร้อนเพิ่มเติมขนาด 338.5 มม.คู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 Sport Productionลูกสูบ – ดิสก์เดี่ยว 245 มม. กับคาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ |
| ล้อ | ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ |
| ขนาดล้อและยาง | – ยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V4 – หน้า 120/70 – ZR17” – หลัง 200/60 – ZR17” |
เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
เทคโนโลยี
– ระบบคันเร่งไฟฟ้า
– โหมดการขับขี่
– โหมดควบคุมกำลังเครื่องยนต์
– ระบบควบคุมการสไลด์
– ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก
– ระบบ Cornering ABS
– ระบบ Race eCBS ระบบกระจายแรงเบรกแบบเรซซิ่ง
– ระบบ Road eCBS ระบบกระจายแรงเบรกแบบขี่ถนน
– ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน
– ระบบแทรคชันคอนโทรล
– ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ
– ระบบคาร์ลิเบรตยางอัตโนมัติ (ใช้หลังจากเปลี่ยนยาง เปลี่ยนแรงดันลมยาง) ช่วยให้ระบบอื่น ๆ ทำงานได้ปกติ
– ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง
– ระบบโช้คปรับไฟฟ้า Ohlins Smart EC 3.0
– ระบบช่วยออกตัว
– ระบบยกเลิกไฟเลี้ยวเอง
– ระบบจับเวลา
– ระบบควบคุมความเร็วในพิท
ฟีเจอร์เด่น
– หน้าจอเรือนสี TFT 6.9 นิ้ว
– แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน
– GPS โมดูล
คันนี้เหมาะกับใคร
สำหรับเจ้า V4 รุ่นพิเศษตัวแรงคันนี้แน่นอนว่าย่อมต้องเหมาะกับนักบิดหัวใจสปอร์ตที่ชื่นชอบความเร็วและความแรง มือใหม่แนะนำให้เลี่ยง มือเก๋ามากประสบการณ์ นักบิดที่ชื่นชอบแทร็กเดย์ คันนี้คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจโดยเฉพาะถ้าคุณมีเงินเหลือมากหน่อย
ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
สำหรับราคานั้นคาดว่าจะอยู่ที่ราคาราว ๆ 3 – 4 ล้านจากการคาดเดาล้วน ๆ ด้วยออปชันที่ให้มาและความเป็นรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดแบบนี้
คู่แข่งที่ใกล้เคียง
สำหรับเรื่องคู่แข่งที่ใกล้เคียงนี่ก็ซูเปอร์ไบค์ตัวพันทั่วไปนี่ล่ะครับ เพียงแต่ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษ ก็เลยขอเว้นเรื่องคู่แข่งใกล้เคียงละกัน ด้วยสนนราคาด้วยความพิเศษแบบนี้ บอกเลยว่าหาเทียบได้ยากจริง ๆ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่














