นี่ก็นับเป็นรอบที่ 3 แล้ว สำหรับการสัมผัส Honda CL ทั้งรุ่น 300 และ 500 ซีซี. ของสื่อมวลชน.. จาก “แรกเห็น สู่แรกสัมผัส และทดสอบวิ่ง ในสถานการณ์จริง” และเป็นอะไรที่ต้องย้ำคำเดิมว่า CL Series คือ รถที่ฮอนด้าตั้งใจทำมาสุดฤทธิ์ มิใช่จับโมเดลเก่ามาแต่งตัว เพราะขี่ไปขี่มาแล้ว “ถูกจริต” ยิ่งเอามาทดสอบลุยทางดิน ก็สะท้อนสมรรถนะออกมาได้เต็มที่กว่าที่คิด โดยเฉพาะในรหัส 500 ..ยิ่งโดนใจ.. เป็นรถที่ขับขี่ได้อเนกประสงค์ดีจริงๆ

เพราะหัวใจ “ไปได้ทุกที่”
หัวใจที่ผมกล่าวถึงคือเครื่องยนต์ที่ฮอนด้าคัดสรรค์มา “วางใจได้” แบบสุดๆ ทั้งแรงทั้งประหยัดน้ำมัน ควบคุมง่ายพอดีมือ แม้จะไม่ได้แรงจนสุดกราฟ แต่ใช้งานได้หลายประเภท.. และความอเนกประสงค์นี้ดันเข้ามือรถสไตล์สแครมเบลอร์ได้พอดิบพอดี

“500 ซีซี. – ลงตัวกว่าที่คิด” ..การขับขี่ในสนามทดสอบของฮอนด้าเป็นระยะทางสั้นๆ นั้นทำให้เราเข้าใจผิดไปอยู่มากโข จากที่เราคิดว่ามันทั้งหนักและเคลื่อนตัวยาก กลับกลายเป็นจุดที่ขี่สนุก เมื่อได้ลองเปิดคันเร่งเต็มระบบบนถนนที่ไม่จำกัดพื้นที่ การขยี้สไลด์ท้ายรถมัน(ส์)มากๆ.. ด้วยแรงบิดของเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขึ้นชื่อ โดยเฉพาะกับรุ่น CB500X พิสูจน์ได้ว่ามันลุยเดินทางไกลได้สบายๆ ดังนั้นพอนำมาจัดทรงสแครมเบลอร์ จึง “ถูกโฉลก” จัดเต็ม ..ส่วนการขับขี่ไฮเวย์ก็หายห่วง เพราะขี่ไล่ 120 กม./ชม. ได้กำลังดี ..แต่ไม่แนะนำให้ขี่เร็วเกินกว่านี้ เพราะต้องสู้ลมแรงมากจริงๆ

“300 ซีซี. – ถูกใจสายมุด” ช่วงเกียร์ 1-2-3 ที่กระชั้นชิด ทำให้การไต่ระดับความเร็วของ CL 300 นั้นรวดเร็ว กระฉับกระเฉงกว่า CL 500 อย่างเห็นได้ชัด.. การเปิดเต็มคันเร่งใส่อารมณ์ได้อย่างเมามัน โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าความเร็วจะทะลุเกินควบคุม ทำให้การเคลื่อนไหวรถในสถานการณ์บีบคั้นทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะกับการโยกรถซ้าย-ขวา เปลี่ยนท่าทางด้วยความฉับไวคือที่สุด.. แม้การวิ่งไฮไวย์ที่อาจจะมีอัตราทดไม่เหมาะทำความเร็วสูงมากนัก แต่กลับนำมาขับขี่รีดเร้าอารมณ์ความดิบออกมาได้โดดเด่นทีเดียว

มิติรถกลางๆ
การออกแบบซับเฟรมใหม่ให้ขยับท่านั่งในตำแหน่งที่สูงขึ้นนั่งในเรียบแบบ Flat Seats ทำให้การขยับควมคุมรถทำได้ง่ายดาย.. จุดนี้มีสิ่งที่อยากเสริมเพิ่มเติมคือ HONDA CL SERIES ถูกออกแบบใหม่หมด เริ่มตั้งแต่ซับเฟรมใหม่ที่ขยับท่านั่งให้สูง สอดคล้องกับชุดแฮนด์บาร์แบบยกสูงมา เพื่อตอบสนองการปรับเปลี่ยนอิริยาบถในขับขี่ได้หลากหลาย ( หรือแม้กระมั่งจะยื่นขับขีก็สบาย ) ตัวเบาะแบบ Flat Seats อาจจะไม่ได้นิ่มสบายมากนัก แต่ขอบอกว่าคล่องตัวสุดๆ หากต้องเดินทางไกล แนะนำให้จัดแบ่งระยะพักเผื่อไว้หน่อยก็น่าจะลงตัว

ความสูงจากพื้นถึงเบาะเพียง 690 มม. พร้อมความกว้างของบอดี้ที่เพรียวจนตกใจ ทำให้การยืนคร่อม CL Series ขณะหยุดรถนั้น วางเท้าพักบนพื้นดินได้อย่างสะดวกกายใจ แม้ว่าคุณจะเป็นไบเกอร์ที่มีความสูงไม่มากนักก็ตาม..


ใช้งาน “สนอง Need” ได้ดี
ปัญหาแก้ไม่ตกของไบเกอร์ส่วนใหญ่คือ “ซื้อรถคันเดียวไม่เคยจบงาน” คันหนึ่งขี่เที่ยว คันหนึ่งขี่ใช้งาน คันหนึ่งไว้ขี่ลุย.. แต่ CL Series สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ครบเครื่อง ตอบสนองความต้องการของไลฟ์สไตล์ไบเกอร์ได้พอสมควร ทั้งเรื่องกำลัง การควบคุม และรูปโฉม ..แม้จะแตกต่างกันไปตามรสนิยมของแต่ละท่านบ้าง แต่อย่างน้อยๆถ้ามี CL สักคันจอดไว้ที่บ้าน ก็การันตีการขับขี่ได้แล้วว่า คุณจะมีรถที่ “ขี่ใช้ก็ดี ขี่เล่นก็ได้ ขี่เที่ยวก็เยี่ยม!” มาแก้ขัดให้ถนนของคุณมีสีสันได้ทันทีในทุกวัน

อีกจุดที่ต้องพูดถึงคือ “ท่อไอเสียยกสูง” ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Honda CL สามารถนำไปใช้งานจริงได้ นอกจากการขับขี่ออฟโร้ดลุยๆ คือการ “ลุยน้ำท่วม” เพราะตราบใดที่ยังลุยไม่มิดล้อหน้า ก็ยังไม่ถึงปลายท่อไอเสีย.. เท่ากับ “ลุยได้เลยเต็มเหนี่ยว”

นอกจากนี้ Honda CL ยังมีระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาช่วยซับแรงกระแทกได้นุ่มสบายทีเดียว เป็นตัวช่วยเสริมจากเบาะที่ไม่ได้นุ่มนัก ให้รถยังใจดีกับสะโพกของผู้ขับขี่บ้าง รวมถึงระบบแบรก ABS หน้า-หลัง ที่ติดตั้งให้มาก็ทำให้นักขับขี่สามารถนำ CL คันนี้ไปใช้งานได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ต้องแลกความปลอดภัยมากับการใช้ท่าเบรกสไลด์ไม่ได้ดั่งใจนัก.. ส่วนตัวคิดว่าคุ้มค่านะ ..

สรุปจบทริปทดสอบแบบไล่ครบสุดไมล์ในทุกเกียร์ได้สั้นๆว่า.. “500 ขี่สนุก 300 ขยี้คันเร่งมันส์” มิติรถเหมือนกัน ช่วงล่างเหมือนกัน เน้นนั่งสบาย สนองความสนุกในสไตล์ Scrambler อย่าง “ตรงจุด” หาคุณคิดว่า ไลฟ์สไตล์ของคุณคือการขี่รถคู่ใจสักคันไปทำงาน/ไปเที่ยว/ขี่หล่อๆ .. ขอให้ลอง CL Series อย่าได้พลาด!


ไม่รู้ว่าหลังจากที่ฮอนด้าจัดกิจกรรมโปรโมท CL Series ในลักษณะคล้ายระลอกคลื่นน้ำ ที่ค่อยๆกัดเซาะใจแฟนๆโมเดิร์นคลาสสิกฮอนด้า ทีละเล็ก ทีละน้อย ..จะทำให้แฟนๆเริ่มคุ้นชินกับหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ จนเรียกเสียงชื่นชอบได้มากพอสมควรแล้วหรือยัง แต่ที่แน่ๆ ผมเองคนหนึ่งล่ะที่เปิดใจให้ CL Series เรียบร้อยกลายเป็นรถ Scrambler เบอร์ 1 ในความคิดอย่างไม่รู้ตัว.. นอกจากสิ่งที่อธิบายมาตลอดตั้งแต่แรกแล้ว Honda CL Series ยังมีราคาที่น่ารัก โดยรุ่น CL300 ราคาเริ่มต้นที่ 149,900 บาท ส่วน CL500 ราคาเริ่มต้นที่ 226,800 บาท เท่านั้นเอง…

