รีวิว Harley-Davidson Forty-Eight MY21 5 ประเด็น ต้องรู้กับ Sportster ที่ขายดีตลอดกาล!!
เรื่อง :Hey Joe
ภาพ :Rasta

…นครนายกกลางฤดูร้อน เมฆดำทะมึนอยู่เหนือยอดไม้ …ไกลออกไป…เม็ดฝนโปรยปรายโรยตัวเป็นม่านสีขาวไปตามไหล่เขาขุนสูงต่ำ…แผ่นชิลด์หมวกกันน็อคผมเริ่มมีละอองน้ำจับเป็นฝ้า ขณะที่สองขาชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำผสมโคลนเปียกๆจากถนนฝุ่นที่เจิ่งไปด้วยน้ำฝนซึ่งตกผ่านไปก่อนหน้า แต่ผมแทบไม่ได้รู้สึกว่านั่นมันแย่ เพราะตอนนี้ผมกำลังมันส์กับการหวดคันเร่ง Harley-Davidson Forty-Eight MY21(ประกอบไทย) ซึ่งเรานำมา First Ride แบบ Full trip และแน่นอนลองแบบ “เต็มทริป” มาแล้วแบบนี้ มี 5 ประเด็นต้องรู้เกี่ยวกับ 48 โคตรฮิตมาฝาก…เอาล่ะ ไปดูกัน!!

1.มิติและการควบคุม

ด้วยคาแรคเตอร์ในกลุ่ม Street ของ Forty-Eight ทำให้ “ช่วงรถ”ออกแบบมาให้สามารถใช้งานในเมือง “ได้ดี” (แต่คนขี่ต้องมีทักษะประมาณหนึ่งด้วยนะ) 48 คันนี้เป็น 1200 ซีซี.ที่โดดเด่นในแง่ของความ “คอมแพ็ค” ของตัวรถมีช่วงแฮนด์บาร์ที่แคบ ช่วงการวางเท้ายื่นไปด้านหน้า กับความสูงเบาะขนาด 710 มม. ถือว่าไปได้สวยกับน้ำหนักรถแบบน้ำมันเต็มถังที่ 252 กก. (ซึ่งถือว่าหนักอยู่นะ)แม้การขี่ช่วงแรกจะรู้สึก “ตึงแขน” อยู่บ้าง แต่พอคุ้นเคยกันแล้วผมก็พามันซอกแซกในเมืองได้ฉลุย ไม่มีปัญหา ส่วนการขี่ออกทริปนั้น แน่นอน รถหนักๆวิ่งทริปแบบ One Day มันฝ่าลมได้ “นิ่ง” ดี แต่อย่างไรก็ตามสไตล์รถแบบนี้หากจะขี่ทริปทางไกล ก็ต้องฟิตร่างคนขี่ให้ “อึด” จะเหมาะสุด

2.ฟังก์ชั่น

สิ่งที่ Forty-Eight ให้มาคือ “มาตรฐาน” ความเป็น Harley-Davidsonซึ่งมีการออกแบบฟังก์ชั่นด้วยการใส่ความ “เฉพาะตัว” สูงมาก เช่น ไฟเลี้ยว แยกแฮนด์ซ้าย-ขวา ปุ่มไฟฉุกเฉิน สวิทช์ออฟ-รัน ปุ่มเซ็ทจอ และไฟสูง-ต่ำ ล้วนแต่ทำมา “ใหญ่” และเป็น 2 in 1(หนึ่งสวิทช์พ่วงการใช้งาน 2 ฟังก์ชั่น) หน้าปัดกระปุกกลมของ48 เป็น “ลูกผสม” คือมีเข็มบอกความเร็ว แต่ด้านล่างเป็นจอดิจิตอลเล็กๆ มีทริปให้เลือกเซ็ทดูนาฬิกา หรือจะเลือกให้โชว์เลขเกียร์และวัดรอบก็ได้ แต่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ขณะที่สิ่งสำคัญอย่างมาตรวัดน้ำมัน ให้มาเพียงสัญญาณ “รูปหัวจ่าย” ซึ่งจะกระพริบ “สีส้ม”เมื่อน้ำมันในถังเหลือวิ่งได้แค่ ราวๆ 30 กม. อันนี้เวลาใช้งานก็เซ็ททริปทุกครั้งที่เติมน้ำมัน(ถังมีความจุ 7.9 ลิตร) พอเลขไมล์เกิน100 กม.ก็เตรียมเติมน้ำมันได้นั่นเอง

3.เครื่องยนต์

ช่วงการเดินทาง ผมลองวิ่งความเร็วปลายของ Harley-DavidsonForty-Eight ไปในช่วง 160-170 กม./ชม ซึ่งความจริงยังไหลไปได้มากกว่านั้นอีก แต่อย่างที่บอกว่ารถแนวนี้เอาแค่ “พอรู้” เพราะยิ่งเร็วแรงปะทะจากลมใส่ตัวคนขี่ก็แรงมากๆ ขุมพลังที่ครึกโครมนี้มาจากเครื่องยนต์ EVOLUTIONเสื้อลมลูกสูบ 96.8X ช่วงชัก 88.9 บนคาแรคเตอร์แบบ “ลูกโต ชักสั้น”ปริมาตร 1,202 ซีซี.ให้แรงบิด 94 นิวตันเมตร ที่ 3,750 รอบเปิดคันเร่งแรงๆอาการล้อหลังมีดิ้น!! และ Harley-Davidsonวางอัตราทดส่งม้าลงพื้นไว้5 เกียร์ด้วยเฟืองสายพานที่สัดส่วน29/68 จากที่ลอง เกียร์ 1-2 ทอร์คจัดสุดๆ ส่วนเกียร์ 3 – 4 – 5ออกแบบมาให้มีเรนจ์ที่กว้างทีเดียว การเตะเกียร์แต่ละครั้งให้ฟีลลิ่งของการขบของเฟืองเหล็กดัง กล๊อก!! ได้ฟีลมากๆ แล้วก็ควรต้องเลี้ยงรอบเครื่องกับความเร็วให้แมตช์ ก็จะได้เพอร์ฟอร์แมนซ์ออกมาครบส่วนอัตราสิ้นเปลืองที่ลองจับเล่นๆจากรถคันนี้ อยู่ที่ 21 กิโลเมตร/ลิตร ก็ไม่เหนือความคาดหมายนะ

4.ช่วงล่าง

สิ่งที่ผมตั้งใจจับอาการมากเป็นพิเศษตรงระบบช่วงล่างก็คือ ตอนที่วิ่งออกทริปชู้ตความเร็วสูงไปบนไฮเวย์แล้วเจอหลุมหรือความขรุขระบนถนน อาการ “หน้า” จะเป็นอย่างไร? ปรากฏว่าจากโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิคขนาดแกน 49 มม. และโช้คหลังคู่ (สามารถปรับพรีโหลดได้-แต่ให้ช่างทำสะดวกสุด) ซึ่งทริปนี้เราก็ขี่แบบเดิมๆ Factory Setting ผลคือมันเก็บอาการสะเทือนได้ดี “เกินคาด” ที่สำคัญคือไม่มีอาการหน้าเบาหรือชกมวยให้เสียวเล่นเลยข้อดีอีกอย่างของความนุ่มมาจาก “ยางอ้วน” สไตล์บ๊อบ ยางหน้า 130/90B16 ยางหลัง 150/80B16 (ยาง Michelin® Scorcher® ที่ผลิตให้ Hayley-Davidson)ซึ่งพาผมวิ่งผ่านทางเปียกได้ไม่เลวอีกด้วย

5.เบรก ABS

ส่วนเรื่องเบรก ย้ำอีกทีว่า Harley-DavidsonForty-Eight มีระบบ ABS แบบ 2 ชาแนลมาให้ เบรกหน้า จาน 300 มม. กับคาลิปเปอร์ลูกสูบคู่ เบรกหลังจาน 260 มม. คาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยว การใช้งานเบรกผมพบว่าแรกๆต้องเผื่อระยะเบรกไว้พอสมควร เนื่องจาก “แรงเฉื่อย” จากน้ำหนักของรถ (ซึ่งความจริงรถแรงๆ น้ำหนักมาก ถ้าได้ดิสก์หน้าคู่จะสวยกว่า) โดยรวมเบรกของ Forty-Eightก็หยุดความเร็วได้ตามมาตรฐานครับ แต่ผมรู้สึกว่าช่วงที่ตั้งใจลองแอนตี้ล็อคการตัดของ ABS ตอบสนองหน่วงอยู่เล็กน้อย

บทสรุปทิ้งท้าย : …สำหรับผมข้อสังเกตจากรถคันนี้เห็นจะมีเพียง “เดือยขาตั้งข้าง” ที่สั้นไป เวลาจอดรถแล้วจะเตะลง มันต้องก้มลงมอง ซึ่งรถหนักๆแบบนี้ หากเสียองศาเพียงนิดเดียวก็อาจจะ “แปะ” ได้ง่ายๆ นอกเหนือจากนั้น ในความดิบ ดื้อผสม เป็นเสน่ห์ของHarley-DavidsonForty-Eight ที่ไม่แปลกว่าทำไมมันขายได้สุดๆ สำหรับรุ่น MY21 เปิดราคามาที่ 639,000 บาทในรุ่นสีดำมาตรฐาน Vivid Black แต่ตัวที่เรานำมาทดสอบเป็นสีน้ำเงินพิเศษ Billiard Teal ซึ่งต้องเพิ่มเงินประมาณ 6,000 บาท เช่นเดียวกับสีแดง Midnight Crimson ซึ่งสวยงามน่าเล่นทั้ง 3 สี
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ Harley-Davidson of Bangkok, Thailand (Power Station สาขา พระราม 9) ซึ่งอนุเคราะห์รถทดสอบให้เรามา ณ ครั้งนี้ด้วยครับ


