รีวิว เต็มทริป!! เขาแผงม้า Royal Enfield METEOR 350  5 ประเด็นต้องรู้ ก่อนซื้อ!!

รีวิว เต็มทริป!! เขาแผงม้า Royal Enfield METEOR 350  5 ประเด็นต้องรู้ ก่อนซื้อ!!
เรื่อง : Hey Joe
ภาพ : Rasta

นี่คือมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่ รอยัล เอนฟิลด์ เรียกว่า “อีซี่ ครุยเซอร์” บ่งความนัยถึงการ “เข้าถึงง่าย” ในสไตล์ครุยเซอร์พิกัดเล็ก หลังจากมันมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย รอยัล เอนฟิลด์ก็ส่งมาให้นิตยสารโมโตครอสได้ “ลองขี่” แบบเต็มทริปไปเยือนเขาแผงม้า…และนี่คือ 5 ประเด็นที่ได้จาก METEOR 350 ไปดูกันว่าตรงใจบ้างมั้ย!!

1.มิติ ฟังก์ชั่น ,ดีไซน์ และการใช้ในเมือง

…ถือว่าโชคดีมาก ที่ รอยัล เอนฟิลด์ ไทยแลนด์ ประสานงานให้ผมไปรับ METEOR 350 จากโชว์รูมพระราม 5 เพราะว่าทำให้ผมมีโอกาสทดสอบมันในช่วง “ขี่เข้าเมือง” ฝ่าจราจรกลับมาย่านลาดพร้าวนั่นเอง
คันที่ได้มาเป็นรุ่น Supernova ซึ่งจัดว่าเป็น “ตัวท็อป” บอดี้ดีไซน์มาในสไตล์ครุยเซอร์ ชิลด์หน้าทรงสูง มีไฟขอทาง ไฟผ่าหมาก ไฟกลมใช้โคมหลักเป็นหลอดฮาโลเจนพร้อมวงแหวนไฟ LED เดย์ไทม์รันนิ่งไลต์ ส่วนไฟท้ายเป็น LED ขณะที่ไฟเลี้ยวเป็นหลอดไส้ปกติ แล้วก็ยังมี USB ชาร์จเจอร์ มาให้ด้วยใต้แฮนด์ฝั่งซ้าย รวมถึงหน้าปัดกลมแบบลูกผสม ที่แถมตัวจอ LCD ที่เอาไว้ดูแมพฯแบบ “โค้งต่อโค้ง” เมื่อเชื่อมโทรศัพท์มือถือเข้ากับแอพ Royal Enfield Tripper ที่จริงแล้วก็ดึง Google Maps มาใช้ประโยชน์นั่นเอง(ตอนที่เราลองแอพยังเป็น Test Flight เลยขอกล่าวถึงพอสังเขปครับ) ส่วนดีไซน์ความโค้งมนมีจุดเด่นที่ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ 15 ลิตร(ฝาบานพับ) ฝาครอบข้างที่ออกแบบไปด้วยกันแบบกลมกลืน
ฟีลลิ่งหลายคนสงสัย? รถรุ่นนี้หนักถึง 191 กก.แล้วมันจะไหวมั้ย? ถ้าเอามาซอกแซกในเมือง ข้อนี้บอกเลยว่า ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ บาล๊านซ์ของรถดีเยี่ยม แฮนด์ยก เบาะแบบสองตอน(หนังสีน้ำตาล) เบาะคนขี่สูงเพียง 765 มม. เลยขี่มุดในเมืองสบายมากๆ …ไม่ใช่แค่ขี่นะ รถรุ่นนี้ เข็นง่ายอีกด้วย!!

2.เครื่องยนต์กับการเดินทาง

สูบเดี่ยว SOHC 2 วาล์ว เสื้อลม ปริมาตร 349 ซีซี. ( 20 ม้า) คือเครื่องยนต์ของ METEOR 350 สิ่งสำคัญที่อยากบอกคือ เครื่องยนต์บล็อกนี้ถูก “สร้างขึ้นใหม่” พร้อมกับเมนเฟรมใหม่แบบเปลคู่ ไม่ได้เอาของเก่ามายำ อย่างแรกหลังจากสตาร์ทเครื่องขึ้นมา ชัดเจนว่าไม่มีอาการสะท้าน! เมื่อขี่ไปรอบสูงต่อเนื่องยาวนานก็ยังไร้อาการสั่น ไม่มีอาการมือชา เพราะรอยัลเอนฟิลด์ใส่บาล๊านซ์ข้อเหวี่ยงมาให้ด้วยนั่นเอง ขณะที่ ระบบเกียร์ 5 สปีด ผมพบว่ามันให้คาแรคเตอร์แบบรถ Low ride คือมีช่วงเกียร์ที่ “กว้าง” โดยเกียร์ 4 นี่กว้างสุด ก่อนจะให้เกียร์ 5 มาเป็นตัวทดรอบลงมา ลักษณะอัตราทดแบบนี้ ตั้งใจวิ่ง Long run ลากเอาความเร็วปลาย ก็ทำได้ที่ 120 กม./ชม. สุดแค่นั้นเพราะรถตัดรอบ ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ผมทำได้ที่ 34.7 กม./ลิตรครับ

3.ช่วงล่างและยางติดรถ

หนึ่งในสิ่งที่ผมลองขี่แล้ว “ชอบ”สำหรับรถรุ่นนี้ ได้แก่ “ช่วงล่าง” ที่ นุ่ม หนึบและนิ่งเกินคาด คู่หน้าเทเลสโคปิค ขนาดแกน 41 มม. ช่วงยุบ 130 มม. ทำงานร่วมกับโช้คหลังคู่ (ปรับพรีโหลดได้ 6 ระดับ) ฟิลลิ่งในช่วงการเดินทางแล้วเจอหลุม บอกได้เลยไม่มีอาการชกมวยให้รู้สึกแม้แต่นิด (นน.รถที่มากก็มาช่วยเสริมด้วย) อาการตอนเลี้ยวโค้งทางแคบช่วงไต่เขา ก็ยังทำได้ดี ซึ่งความนุ่มแบบนี้ผมว่าพอเหมาะแล้วกับสไตล์ของ METEOR 350 ส่วนวงล้อที่ให้มา ล้อหน้า 19 นิ้ว รัดยาง 100/90-19 ล้อหลัง 17 นิ้ว 140/70-17 เป็นยางเดิมที่เกาะ(ถนนทางแห้ง)ได้ดีเช่นกัน

4.ระบบเบรก ABS 2 แนล

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่เป็นมาตรฐานติดรถมาได้แก่ ดิสค์เบรกแบบ ABS หน้า-หลัง จานดิสค์หน้า 300 มม. กับ คาลิเปอร์ 2 สูบสูบ จานดิสค์หลัง 270 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว ผมมีโอกาสใช้งานจริงๆตั้งแต่ตอนขี่กลับเส้นลาดพร้าว แล้วก็ยังทดลองเบรกจริงๆจังๆในตอนออกทริปทดสอบ พบว่าเบรกชุดนี้ให้การทำงานของ ABS ที่ตอบสนองไวใช้ได้ แน่นอนครับให้ผ่าน!!

5. ข้อสังเกต

ผมมี “ข้อสังเกต” ถึงรถคันนี้อยู่ 2-3 เรื่อง อย่างแรกคือ น้ำหนักที่แหละ ที่แอบห่วงคนตัวเล็กถ้าล้มแปะมาก็รอเรียกเพื่อนอย่างเดียวเลย ถัดมาเป็น ขาตั้งข้าง ที่แม้จะมีไซด์สแตนด์สวิทช์ ช่วยป้องกันความปลอดภัยเรื่องของการลืมเอาขาตั้งขึ้น แต่ตัวขาตั้งมาวินเทจมาก ตำแหน่งปลายนี่แทบไม่ตีแบนมาให้ (ปลายเล็กแบบนี้น่าจะต้องหาตีนเป็ดมาใส่) สุดท้ายคือเรื่องตำแหน่งพักเท้า ผมขี่มาตลอดทริปแล้วรู้สึกว่า ถ้าตำแหน่งพักเท้า ขยับไปข้างหน้าอีกสัก 5 เซนติเมตร

บทสรุป
หลังจากอยู่กันหลายร้อย กม. ผมยังมีสิ่งที่ชอบ Royal Enfield METEOR 350 ในเรื่องงานประกอบที่ทำได้ค่อนข้างปราณีต และพวกเขาได้พัฒนาชิ้นส่วนพาร์ทต่างๆ เก็บงานรอยเชื่อม งานน็อตทั้งคัน รวมทั้งงานสีมาได้อย่างน่าสนใจ (ตัวซูเปอร์โนวาที่ขี่มาเป็นสีแบบทูโทน มองใกล้ๆเนื้อสีสวยเลยครับ) อย่างที่รู้กันมี 3 รุ่นให้เลือก ได้แก่ Fireball ราคา 150,000 บาท Stella ราคา 159,000 บาท และ Supernova ราคา 155,900 บาท
เท่าที่ลองผมอยากบอกว่ารถรุ่นนี้เล่นได้.!! แล้วก็อย่าเพิ่งติว่ามันแพง…ถ้ายังไม่ได้ลอง