RS 660 2025 Aprilia

RS 660 Factory 2025 ตัวจี๊ดค่ายสามตาเปิดขายยุโรปแล้ว

       RS 660 2025 Aprilia  RS 660 Factory 2025 ตัวจี๊ดค่ายสามตาเปิดขายยุโรปแล้ว

พร้อมขายที่ยุโรปแล้วสำหรับ Aprilia RS 660 Factory 2025 อีกระดับของสปอร์ตไบค์ไซส์กลางน้ำหนักเบาที่มาพร้อมสมรรถนะระดับท็อปคลาส ซึ่งถือเป็นพิกัดที่น่าสนใจมาก ๆ ของทางค่ายเทพสามตา ครั้งนี้ปรับปรุงใหม่เน้นเรื่องแอโรไดนามิก ความแรงและความล้ำมากยิ่งขึ้น แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ต้องไปติดตามกัน

RS 660 2025 Aprilia

สำหรับรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกบอกเลยว่าของเดิมที่หล่อเหลาตามสไตล์สปอร์ตสายพันธุ์อิตาเลียนครั้งนี้ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่องของแอโรไดนามิกส์หรือว่าอากาศพลศาสตร์ โดยมีการเพิ่มวิงต์เล็ตใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจของดีไซน์มาจากรถแข่ง MotoGP เข้ามาที่ด้านหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรถได้จริง นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนแฟริ่งอีกหลายจุดเพื่อเพิ่มความเฉียบคมและสอดคล้องกับเรื่องของแอโรไดนามิกส์ นอกจากนี้ก็มีการปรับสีสันและลายกราฟิกใหม่ และสำหรับรุ่น Factory เลือกใช้เบาะนั่งแบบทูโทนสองสีเข้ากับสีสันของตัวรถและโดดเด่นด้วยสีทองจากช่วงล่างของ Ohlins ทั้งนี้ตัวสแตนดาร์ดจะมาพร้อมโช้คจาก Kayaba และไม่ได้เบาะนั่งแบบสีทูโทน

ส่วนเรื่องของเครื่องยนต์ก็มีการปรับปรุงเพิ่มความแรงและปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่อย่าง Euro5+ โดยเครื่องยนต์จะยังเป็นเครื่องสองสูบเรียงขนาด 659 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้า 105 แรงม้าที่ 10,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 70 นิวตันเมตรที่ 8,400 รอบต่อนาที สั่งงานผ่านระบบคันเร่งไฟฟ้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ โดยใช้น้ำมันจากถังขนาด 15 ลิตร ซึ่งเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวรถที่หนักรวมของเหลวแล้วเพียง 183 กก. ก็ถือว่าเบามาก ๆ กับรถที่ให้พละกำลังระดับนี้

RS 660 2025 Aprilia

ส่วนช่วงล่างนั้นทางค่ายเลือกใช้เฟรมอลูมิเนียมทวินสปาร์ สำหรับรุ่น Factory จะมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับจาก Ohlins ขนาด 43 มม. ปรับได้ทั้งรีบาวด์ คอมเพรสชันและพรีโหลดได้ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว Ohlins ปรับได้ทั้งรีบาวด์ คอมเพรสชันและพรีโหลดได้

ขณะที่ตัวสแตนดาร์ดจะมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 มม. ปรับรีบาวด์และพรีโหลดได้ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว Kayaba ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้เช่นกัน

ขณะที่ระบบเบรกของทั้งสองรุ่นย่อยจะไม่แตกต่างกัน โดยด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 220 มม.และคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ โดยจะมาพร้อมระบบเบรกแบบ Cornering ABS และในส่วนของล้อและยางก็จะเป็นล้ออลูมิเนียมแบบหล่อขึ้นรูปรัดด้วยยางขนาด 120/70 – 17 และ 180/55 – 17 หน้าหลังตามลำดับ

RS 660 2025 Aprilia

ในส่วนของเทคโนโลยีนั้นค่อนข้างจัดเต็มระดับท็อปของพิกัดเลยทีเดียว นอกจากหน้าจอสี 5 นิ้วที่ปรับปรุงมาใหม่และปะกับที่มาพร้อมไฟแบ็กไลต์แล้ว ยังมีชุดระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยเหลือในเรื่องของการขับขี่และความปลอดภัยภายใต้ชื่อระบบว่า APRC System ที่จัดเต็มมาก ๆ โดยจะทำงานร่วมกับระบบประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน ซึ่งในระบบนี้ก็จะประกอบด้วย เอ็นจิ้นแม็ป หรือระบบควบคุมกำลังเครื่องยนต์ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบเบรก Cornering ABS ที่พูดถึงไปแล้ว ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อหลัง ระบบแทรคชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อหน้า ระบบช่วยออกตัว โหมดการขับขี่ 5 โหมด ระบบครูซคอนโทรล และระบบควิกชิฟเตอร์แบบสองทาง

ส่วนเรื่องของการจำหน่ายก็จะมีดังนี้ รุ่นสแตนดาร์ดมีให้เลือก 2 สีคือ สีน้ำเงิน Blue Marlin และสีเหลือง Venom Yellow และสำหรับรุ่น Factory จะมาในเฉดสีดำแดง Dark Banshee โดยสนนราคาเปิดตัวรุ่นสแตนดาร์ดจะอยู่ที่ 11,799 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 431,000 บาท และสำหรับรุ่นแฟคทอรี่จะอยู่ที่ 13,999 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 511,000 บาท

RS 660 2025 Aprilia

ซึ่งตัวเก่าที่บ้านเราจำหน่ายอยู่ที่ 699,000 บาท ซึ่งโมเดลใหม่ไทยก็น่าจะมีราคาแพงขึ้นไปกว่าเดิมจากฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา แต่ถ้านำมาขายราคาเท่าเก่าได้ก็น่าสนใจมากขึ้นพอสมควร ทว่าสำหรับบ้านเรานั้นถือว่าราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่บอกตรง ๆ ถ้าคุณต้องการความแตกต่างและสมรรถนะที่ดีเยี่ยมของสปอร์ตไบค์ไซส์กลางสักคันล่ะก็คันนี้ตอบโจทย์มาก ๆ ครับ

 

อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่