รีวิว : 7 เรื่องใหญ่ Aprilia SR GT 200 DNA “Be A Racer” จาก อาพริเลีย

เรื่อง : แอดมินโย
ภาพ : ApriliaThailand

…นับเป็น “ครั้งแรก” ของประเทศไทย เมื่อ Aprilia Thailand ประกาศวางจำหน่ายพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ “Aprilia SR GT 200” ตามด้วยการเปิดสนามทดสอบให้สื่อฯได้ “ลอง” ประเดิมฟีลลิ่งกันทันที บทสรุป 7 ข้อจากการลองขี่แบบ First Ride สกู๊ตเตอร์สุดเท่รุ่นนี้…ไปดูกัน!!

1. รูปโฉมบอดี้ งานประกอบ

…ก่อนเจอตัวจริงของรถรุ่นนี้ มีหลายคน “ฝากมา” ว่าช่วยดูงานผลิตของ Aprilia SR GT 200 ให้หน่อย จากที่สัมผัสงานประกอบทุกๆจุด แอดมินจัดให้อยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม” ครับ ชิ้นงานคุณภาพดี การประกอบแน่นหนาสมความเป็นพรีเมียม สวยงามลงตัวด้วยพาร์ทที่ใช้ลายคาร์บอนมาในอีกหลายส่วน

ระบบไฟส่องสว่าง Full LED โคมไฟหน้า-ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลต์ แฟริ่งให้เหลี่ยมมุมที่ดูเฉียบพร้อม “วิง” ซ้ายขวาชวนให้นึกถึงสปอร์ตตระกูล RSV-4 ของอาพริเลีย จุดหนึ่งที่ผมชอบมากคือ การใช้เปลือกพลาสติกปิดตำแหน่งหลังล้อหน้า ทำให้ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย ทำให้ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย ลุยได้เต็มที่ด้วยไม่ต้องห่วงดินโคลนสาดเข้าไป ภาพรวมของ “หน้าตา” ตัวจริง ต้องยอมรับครับว่า สวย คมเข้ม สื่อ DNA “BE A RACER” อิตาเลียนสปอร์ตมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่าง Aprilia ได้ทุกมุมมอง

2. เครื่องยนต์

บล็อกใหม่ล่าสุด i-get 200 สูบเดี่ยว 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พิกัด 174.4 ซีซี. ขับเคลื่อนระบบสายพาน CVT (กำลังสูงสุด 17.6 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.5 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที) เครื่องบล็อกนี้ใช้กระบอกสูบอลูมิเนียมแบบใหม่ เคลือบ Nickasil ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในรถบิ๊กไบค์

การสตาร์ทก็เช่นเดียวกับรถสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่คือ ไม่มีเสียงรบกวนจากมอเตอร์ขณะสตาร์ท เครื่องยนต์ติดง่าย เดินเบานิ่ง ให้การตอบสนองคันเร่งที่ติดมือสมตัวครับ อัตราเร่งในการชู้ตไปตามสนามทดสอบ ผมว่าน่าพอใจ
ในเรื่องแรงบิดรอบต้น-ออกตัวไม่ถึงขนาดพุ่งพรวดพราด (นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่รถไม่มีแทรคชั่นคอนโทรลมาให้) ส่วนความเร็วปลาย-อัตราสิ้นเปลือง เอาไว้มีโอกาสไปลองเต็มทริปแล้วค่อยมาว่ากันอีกที

 

3. มิติการคอนโทรล

รถคันนี้ใช้โครงสร้างเหล็กกล้าทรงเปลคู่ วางดีไซน์มิติเน้นความคล่องตัวสูงมากๆ เอาแค่ท้องรถให้ระยะห่างพื้นมาถึง 175 มม.แล้ว พอขึ้นไปนั่งขี่สัมผัสแรกที่รู้สึกคือ “ความสูง” ของตัวรถครับ เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อ Cover การใช้งานที่บางคนอาจจะขี่ไปทริปแล้วแวบลงทางเทรลบ้าง (เช่นการขี่ลงไปท้ายอ่างเก็บน้ำเพื่อตั้งแคมป์) น้ำหนักตัว RS GT อยู่ที่ 148 กก. เหมาะกับสรีระและ “ท่านั่ง” ที่ค่อนข้างกระชับบนเบาะแบบ 2 ระดับ สูง 799 มม. ส่วนความกว้างแฮนด์อยู่ในระดับกลางๆที่ 765 มม. ฐานล้อ 1350 มม. มิติแบบนี้ การควบคุมสำหรับคนร่างเล็กต้องบอกว่าขี่ไม่ยากครับ ยิ่งมีทักษะสักหน่อยก็ไปได้ฉลุย

วันทดสอบที่ Aprilia Thailand เลือกสนามโกคาร์ทที่มีโค้งเยอะจัดๆ แถมยังมีแนวระนาดคันสะดุด รวมถึงสถานีสลาลอม ผมที่รู้สึก “สนุก” ได้ทุกรอบที่ลงไปขับขี่ ส่วนการใช้งานเข้าเมืองทรงนี้ตอบโจทย์อยู่แล้ว อ้อ…ยังมีตำแหน่งวางเท้า 2 แบบ(วางราบและเอียง) ถือว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ช่วงขายาวต่างกัน ในประเด็นนี้ต้องขี่เต็มทริปถึงจะรู้ครับว่าช่วงยืดขาสบายพอมั้ย

 

4. ช่วงล่าง-เบรก

อีกหนึ่งออพชั่นที่ไม่ธรรมดาคือ ระบบกันสะเทือน คู่โช้คหน้า Showa ขนาดแกน 33 มม. ช่วงยุบ 122 มม. ด้านหลังโช้คหลังคู่ เพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำหนักด้วยสปริงพรีโหลดซึ่งปรับได้อีก 5 ระดับและมีช่วงยุบ 102 มม. จากที่ลองขี่ใน “สนามทดสอบ” ซึ่งมีการวางลูกระนาดให้นักทดสอบเข้าไปรูด รวมการเลี้ยวโค้ง S ที่ต้องพับ-พลิกเลี้ยวเร็วๆ ช่วงล่างเดิมๆชุดนี้ สอบผ่านฉลุยครับ มันให้การซับแรงที่หนึบ นุ่มนวล ผมว่าฟีลลิ่งดีกว่าคู่แข่งบางยี่ห้อในคลาสใกล้เคียงด้วยซ้ำ!
ระบบเบรก จานดิสก์หน้า ลายคลื่น เส้นผ่านศูนย์กลาง 260 มม. จับด้วยคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบพร้อมระบบ ABS(เฉพาะล้อหน้า) ขณะที่ดิสก์หลังขนาด 220 มม. เบรกชุดนี้เหลือเฟือกับการใช้งานทั่วไปครับ จากที่ลองเบรกในสนามทดสอบพบว่าหยุดความเร็วได้ตามสั่งโดยไม่มีอาการเบรกลึกหรือ ABS ตอบสนองช้าแต่อย่างใด

5. ล้อ-ยาง

วงล้อแมกซ์ที่สวยงามโดดเด่น มีความเฉพาะตัวคือ ล้อหน้าขอบ 14 นิ้ว ล้อหลัง ขอบ 13 นิ้ว รัดด้วยยาง Michelin Anakee ซึ่งเป็นยาง All Terrain ที่สายเดินทางชื่นชอบ ยางหน้า 110/80-14 หลัง 130/70-13 ยางคู่นี้เกาะดีมากกับการขี่โค้งในสนามทดสอบ แถมดอกยางรองรับการไปลุยได้อีกระดับด้วย จัดเป็นหนึ่งในพาร์ทสุดคุ้มที่ติดมากับรถรุ่นนี้ครับ

6. ออพชัน-ฟังก์ชัน

อย่างแรก ที่เพิ่มความสะดวกเข้ามาคือ ระบบหยุดรถอัตโนมัติ Start & Stop System ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยโปรแกรม ECU RISS (Regulator Inverter Start & Stop System) เวอร์ชันใหม่ 3.0 ทำงานแม่นยำตามมาตรฐาน สามารถเปิด-ปิดได้จากสวิตช์ที่แฮนด์ด้านขวา

ต่อมาเป็นพอร์ทจ่ายไฟ USB ที่ซ่อนอยู่ในช่องเก็บฝั่งซ้าย

หน้าจอ LCD สวย สปอร์ตและดูง่าย สามารถเสริมออพชั่น Aprilia MIA เพื่อเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ โดยใช้ปุ่มควบคุมที่แฮนด์ได้

กุญแจชนิดอิมโมบิไลเซอร์ ระบบป้องกันการโจรกรรม ด้วยรหัสชิป หากรหัสกุญแจไม่ตรงกับรหัสที่กล่อง ECU บันทึกไว้ ก็สตาร์ทไม่ติด

ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 25 ลิตร (เปิดโดยกดปุ่ม) จัดว่ากว้างและจุได้เยอะ แต่แอบหวังว่าจะออกแบบให้ลึกกว่านี้สักหน่อยจะได้เก็บหมวกกันน็อคเต็มใบได้หลายแบรนด์ด้วย

ถังน้ำมันความจุ 9 ลิตร (ชอบเลย) การเปิดทำได้ง่ายๆเพียงกดปุ่มเบ้ากุญแจ ตำแหน่งการเปิดฝาถังเติมน้ำมันอยู่ตรงกลางคอนโซล ความจุถังขนาดนี้ตอบโจทย์การใช้งานและการเอาไปขี่ทัวร์ริ่งแน่นอนครับ

 

7. รุ่นและราคา

ApriliaThailand วางจำหน่าย Aprilia SR GT 200 จำนวน 2 รุ่น ได้แก่
-รุ่น Standard มี 2 สี ได้แก่ ดำ Aprilia Black และเทา Street Grey ราคา 143,900 บาท
-รุ่น Sport มี 3 สี ได้แก่ เหลือง Street Gold สีเทา Iridium Grey แดง Red Raceway ราคา 148,900 บาท
ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว พร้อมโปรฯ ฟรีจดทะเบียน พรบ และประกันรถหาย 1 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถ Aprilia SR GT ผ่านช่องทาง https://www.apriliasrgtthailand.com/
จำนวน 500 รายแรก ได้รับของที่ระลึก
Aprilia SR GT Premium Kit ประกอบไปด้วย หมวก, กระเป๋า, พวงกุญแจ และ สติ๊กเกอร์ (รวมมูลค่า2,500 บาท)

สรุปอีกทีว่า นอกจากสมรรถนะดี งานดี SR GT 200 ใครขี่ก็ภาพลักษณ์ดูดีแน่นอน แล้วก็ไม่เกร่อด้วยนะ!