Speed Triple 1200 RX เน็กเก็ดตัวแรงรุ่นพิเศษจาก Triumph
Triumph ทำถึงเปิดตัวโมเดลพิเศษอีกแล้วกับ 2025 Speed Triple 1200 RX เน็กเก็ดตัวแรงรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นอย่างจำกัดเพียง 1200 คันเท่านั้น แล้วที่เกริ่นว่าทำถึงนี่มันยังไง ตามไปดูกันได้เลย
![]() |
![]() |
![]() |
พื้นฐานของเจ้าคันนี้ก็คือเจ้าสปีดทริปเปิ้ลรหัส RS พิกัดกันเดียวนี่ล่ะครับ เพราะฉะนั้นดีไซน์จะคล้ายคลึงกัน แต่มีความสปอร์ตมากกว่าด้วยการปรับมาใช้แฟริ่งและบอดี้เวิร์กต่าง ๆ ๆจากคาร์บอนไฟเบอร์ บวกกับลายกราฟิกพิเศษเฉพาะโมเดลนี้กับเฉดสีเรซซิ่งของทางค่ายซึ่งก็คือสีเหลืองไทรอัมพ์เพอร์ฟอมานซ์
และยังมีส่วนที่แตกต่างคือการใช้แฮนด์แบบคลิปออนส์หรือจับโช้คที่ต่ำลงและยื่นไปด้านหน้าอีกเล็กน้อย ทำให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นรวมถึงควบคุมได้ดีมากยิ่งขึ้น
ขุมพลังก็จะเหมือนของเจ้า RS คือเป็นเครื่อง 3 สูบเรียงขนาด 1160 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมตัวเลขพระกำลังมาที่ 183 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตรที่ 8,750 รอบต่อนาที มาพร้อมคอท่อสเตนเลสและปลายท่อ Akrapovic จากโรงงานมาเลย
![]() |
![]() |
![]() |
ช่วงล่างทางค่ายเลือกใช้เฟรมอลูมิเนียมทวินสปาร์กับซับเฟรมท้ายอลูมิเนียม ระบบกันสะเทือนถือเป็นจุดเด่นของโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดคันนี้ โดยด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Ohlins NIX30 EC (SV) ขนาด 43 มม. ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว Ohlins TTX36 EC (SV) พร้อมกระเดื่อง ซึ่งสามารถปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ทั้งโช้คหน้าและโช้คหลังผ่านระบบโช้คไฟฟ้าไฟฟ้า Smart EC3 ได้เลย นอกจากนี้ยังมีกันสะบัดปรับไฟฟ้าจาก Ohlins SD EC มาให้อีกด้วย
![]() |
![]() |
ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ 320 มม.จับคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema โมโนบล็อกเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ และปั๊มบน Brembo MCS แบบเรเดียล ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ พร้อมระบบเบรก OC-ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อเป็นอลูมิเนียมอัลลอยรัดด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3 ขนาด 120/70 – ZR17 58W และ 190/55 – ZR 14 75W ซึ่งเป็นยางซิ่งสมกับสไตล์ของตัวรถ
มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์กันบ้างนอกจากระบบโช้คปรับไฟฟ้า กันสะบัดไฟฟ้า ระบบเบรก OC-ABS ที่ทำงานกับ IMU แบบ 6 แกน แล้วก็ยังมีระบบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 5 โหมด แทรคชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อหน้า ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบควบคุมการเบรกสไลด์ ระบบครูซคอนโทรล และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะมาช่วยเรื่องการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
ยังมีเรื่องหน้าจอสี 5 นิ้วเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ทำงานร่วมกับสวิตช์ควบคุมแบบจอยสติ๊ก 5 ทิศทางและสวิตช์แบบทีไฟแบ็กไลต์ ทำให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น บวกกับระบบกุญแจแบบคีย์เลสที่ให้ชีวิตสบายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งสตาร์ท ปลดล็อกคอรถ และเปิดฝาถังน้ำมันได้สะดวกสบายจริง ๆ เห็นระบบเยอะ ๆ แบบนี้แต่ตัวรถกลับมีน้ำหนัก 199 กิโลกรัมเทียบเท่าตัวพื้นฐานที่มีระบบน้อยกว่าอีกนะ ถือว่าทำมาได้น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว
ส่วนเรื่องของการจำหน่ายโมเดลนี้จำหน่ายที่ 18,995 ปอนด์หรือราว ๆ 842,000 บาทแบบไม่ร่วมภาษี แต่จะมาขายในไทยเท่าไหร่ต้องติดตามกันต่อไป และเชื่อว่ามาไทยแน่นอนเพราะแม้ว่าจะบอกว่าจำกัด แต่ก็มากถึง 1,200 คันเลย ดังนั้นก็ต้องมีเข้ามาไทยประมาณนึงเลยล่ะครับ งานนี้ใครชื่นชอบเน็กเก็ดไบค์อาจจะต้องเก็บตัวนี้ไว้เป็นตัวเลือกอีกตัวแล้วแหละครับ ถือว่าทำลูกเล่นออกมาได้น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่














