ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัวกลุ่มรถจักรยานยนต์ใหม่ สตรีท ทริปเปิล 765 รุ่นปี 2023 ที่ทรงพลังสุดเท่าที่เคยมีมา โดยการอัปเดตครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นสำหรับรุ่น Street Triple R , Street Triple RS และ Street Triple 765 Moto2TM Edition
คุณสมบัติใหม่สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ STREET TRIPLE 765 รุ่นปี 2023
1.STREET TRIPLE 765 R

ด้วยพละกำลัง แรงบิด และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับการอัปเกรดจากโปรแกรมการพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขัน Moto2TM ผสานกับการขับขี่ตามหลักสรีรศาสตร์ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อความคล่องตัว และการควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงรูปลักษณ์ใหม่สุดดุดัน ที่มาพร้อมมาตรฐานใหม่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ขับขี่ขั้นสูง ตลอดจนความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับไทรอัมพ์ที่เสริมในรุ่น Street Triple 765 R ออกมาเป็นรถ Streetfighter รุ่นใหม่ที่ลงตัว

2.STREET TRIPLE 765 RS

การรวมเอาเทคโนโลยีใหม่ โครงรถ และการปรับปรุงสไตล์ของรุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา โดยรุ่น Street Triple 765 RS ได้เพิ่มเบรก Brembo Stylema ที่มีสเปคสูงที่สุด เพื่อสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพใหม่ในฐานะกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา ให้พละกำลังสูงสุดที่ 130 แรงม้า จากขุมพลังเครื่องยนต์สามสูบอันเร้าใจ อันเป็นผลจากการอัปเกรดเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขัน Moto2TM

3.STREET TRIPLE MOTO2TM EDITION

รถจักรยานยนต์ Street Triple 765 Moto2TM Edition ปี 2023 ผลิตจำกัดเพียงสีละ 765 คัน โดยทั้งสองโทนสีได้แรงบันดาลใจจากการแข่งขัน ทำให้กลุ่มรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่นี้เป็น Street Triple ที่มีสเปคสูงสุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงความสามารถและภาพลักษณ์ที่เพิ่มขึ้นของเจเนอเรชันใหม่ทั้งหมด รวมกับพละกำลัง และแรงบิดระดับชั้นนำของรุ่น RS ผสานกับการขับขี่ที่มีส่วนร่วมและมุ่งเน้นผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยแฮนด์จับแบบคลิปออนที่ไม่เหมือนใคร และโช้คแบบปรับได้ของ Öhlins ตลอดจนการควบคุมที่แม่นยำทั้งบนถนนและทางวิ่ง อีกทั้งตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ ที่เสริมภาพลักษณ์Moto2TM อย่างเป็นทางการ และหน้าจอเริ่มต้นของ Moto2TM ที่ไม่เหมือนใคร ตลอดจนหมายเลขกำกับเฉพาะบนแผงคอ ทำให้รถจักรยานยนต์คันนี้กลายรถจักรยานยนต์ขั้นสุดยอดในกลุ่ม Street Triple

ได้ชื่อว่าเป็น STREET TRIPLE ที่ทรงพลังสุดเท่าที่เคยมีมา
ด้วยการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่ได้รับจากโปรแกรมพัฒนาเครื่องยนต์การแข่งขัน Moto2™ ทำให้ตอนนี้เครื่องยนต์สามสูบ 765 ซีซี ให้พละกำลังและสมรรถนะที่ 120 แรงม้า สำหรับรุ่น R ใหม่ และมอบพละกำลังสูงสุดระดับแนวหน้าสูงสุดที่ 130 แรงม้า สำหรับรุ่น RS และรุ่น Moto2™ นอกจากนี้แรงบิดยังเพิ่มขึ้นในทั้งสามรุ่น ตั้งแต่ช่วงรอบต่ำไปจนถึงรอบความเร็วสูงสุดที่ 80 นิวตันเมตร จุดเริ่มต้นของรถจักรยานยนต์สามสูบด้วยการผสมผสานระหว่างแรงบิดช่วงรอบต่ำและช่วงรอบกลางที่ใช้งานได้ ส่งมอบสมรรถนะสุดเร้าใจทำให้การขับขี่มีความตื่นเต้นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันเป็นผลจากเครื่องยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่สามารถตอบสนองได้ดีกว่าที่เคย นอกจากการอัปเดตส่วนประกอบที่สำคัญแล้ว อัตราทดเกียร์ที่สั้นลงยังส่งผลให้อัตราการเปลี่ยนเกียร์เพื่อเร่งมีความเร็วขึ้น ทำให้กลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ล่าสุดนี้มีสไตล์ความคมชัดและมีชีวิตชีวาที่สุด

เครื่องยนต์ 765 ซีซี ทรงประสิทธิภาพ
ประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรงจากโปรแกรมการแข่งขัน Moto2™ ถูกนำไปใช้กับเครื่องยนต์ของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ปี 2023 ด้วยการเน้นประสิทธิภาพ และให้เครื่องยนต์มีลักษณะเฉพาะมากกว่าที่เคย ทั้งอัตราส่วนการอัดเพิ่มขึ้นจาก 12.65:1 เป็น 13.25:1 ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.7% ในขณะที่ลูกสูบ ก้านสูบ และพินลูกสูบใหม่ถูกจับคู่กับห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มขีดจำกัดแรงดันกระบอกสูบ สุดท้ายคือพละกำลังที่มากขึ้นด้วยวาล์ว และเพลาลูกเบี้ยวใหม่ที่มาช่วยเพิ่มการยกวาล์ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดระบบเผาไหม้ของท่อไอเสีย พร้อมอัตราส่วนกระปุกเกียร์ใหม่ เพื่อประสิทธิภาพและการตอบสนองที่ดีขึ้น

พละกำลังโดดเด่นและแรงบิดที่เข้าถึงได้มากขึ้น
ประสิทธิภาพที่โดดเด่น และพละกำลังสูงสุดของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple รุ่นปี 2023 ได้เพิ่มขึ้นไปอีกระดับ โดยในรุ่น R ส่งมอบพละกำลังสูงสุดที่ 120 แรงม้า ที่ 11,500 รอบต่อนาที ในขณะที่รุ่น RS และ Moto2™ ให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 12,000 รอบต่อนาที ในขณะเดียวกันทั้งสามรุ่นยังได้ประโยชน์จากแรงบิดที่ใช้งานได้เท่ากันในช่วงรอบต่ำและไปจนถึงช่วงรอบกลางโดยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก 7,500 รอบต่อนาทีเป็นต้นไป โดยมอบแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตร ที่ 9,500 รอบต่อนาที

การตอบสนองที่รวดเร็วที่สุด
สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple รุ่นปี 2023 กระปุกเกียร์ได้รับการพัฒนาให้มีอัตราทดเกียร์ที่สั้นลงเพื่อการเร่งความเร็วที่เร็วขึ้น เมื่อรวมกับอัตราส่วนเพลาขับใหม่ ทำให้กลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple มีการขับขี่ที่คมชัดขึ้น มีชีวิตชีวาขึ้น และตอบสนองได้ดียิ่งกว่าที่เคย เมื่อรวมกับพละกำลังและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการปรับปรุงประสิทธิภาพที่โดดเด่น ทำให้กลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple 765 ได้กลายมาเป็นเกณฑ์มาตรฐานของรถในกลุ่มดังกล่าว

เสียงสุดเร้าใจของเครื่องยนต์สามสูบ
การอัปเดตเพิ่มเติม รวมถึงระบบไอเสียใหม่ที่มีอัตราการไหลเวียนที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับท่อเก็บเสียงด้านเดียวแบบสปอร์ตใหม่ ส่งมอบเสียงที่เร้าใจและโดดเด่นของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ได้อย่างยอดเยี่ยม

ประสิทธิภาพที่สมบูรณ์แบบของรถสไตล์เน็กเก็ต สปอร์ต
เทคโนโลยีใหม่ ส่วนประกอบที่มีสเปคสูงแบบใหม่ และโครงรถของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ที่คล่องตัวที่สุด พร้อมด้วยน้ำหนักและความสมดุลที่เหมาะสม ทำให้กลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple รุ่นปี 2023 มีการควบคุมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยังมีชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับรถสไตล์เน็กเก็ต สปอร์ต ที่มาพร้อมสมรรถนะสุดสมบูรณ์แบบอีกด้วย

การขับขี่ตามหลักสรีรศาสตร์แบบใหม่
รถจักรยานยนต์รุ่น Street Triple R และรุ่น RS ปี 2023 ต่างได้รับประโยชน์จากตำแหน่งการขี่ และการบังคับที่ถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่มากขึ้น ด้วยแฮนด์บาร์รุ่นใหม่ที่กว้างขึ้น 12 มม. ของรุ่น Moto2™ Edition ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน ก้าวไปอีกขั้นอีกครั้งด้วยแฮนด์รถแบบคลิปออน ซึ่งต่ำกว่า 80 มม. และมีขยับไปข้างหน้า 50 มม. ซึ่งรวมถึงโช้ค Öhlins ที่มีสเปคสูง ทำให้ท่วงท่าของรถจักรยานยนต์สัมผัสส่วนหน้าสำหรับการขับขี่ตามสไตล์ Street Triple ที่ปราดเปรียวที่สุดเท่าที่เคยมีมา

โดยในรุ่น RS และรุ่น Moto2™ Edition มีรูปทรงที่ปรับปรุงใหม่พร้อมมุมลาดเอียงที่ชันขึ้น และส่วนหลังที่ยกขึ้นเพื่อการเลี้ยวที่ว่องไวและเร็วขึ้น ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้ไม่ได้ลดทอนคุณลักษณะเฉพาะที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ตามสไตล์ Street Triple ที่เป็นเอกลักษณ์แต่อย่างใด

ด้วยความสูงของเบาะนั่งในรุ่น Street Triple R ที่ 826 มม. ส่วนรุ่น Street Triple RS ที่ความสูง 836 มม. และรุ่น Moto2™ ด้วยความสูง 839 มม.ซึ่งนับเป็นความสูงที่สามารถเข้าถึงได้ และยังมีอุปกรณ์เสริมเบาะนั่งแบบเตี้ยแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยี 3D net เพื่อความสบายยิ่งขึ้น สามารถติดตั้งเพื่อลดความสูงได้อีก 28 มม. ในทุกรุ่น สำหรับ Street Triple RS และ Moto2™ Edition สามารถลดเบาะนั่งได้อีก 10 มม. โดยปรับแต่งให้เข้ากับระบบกันสะเทือนหลัง ซึ่งเมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมเบาะนั่งต่ำจะทำให้มีความสูงโดยรวมที่เข้าถึงได้มาก อยู่ที่ 798 มม. ในรุ่น RS และ 801 มม. ในรุ่น Moto2™ Edition

เบรก Brembo สเปคสูงสุดใหม่
Street Triple R โดดเด่นด้วยส่วนประกอบเบรกคุณภาพสูง ด้วยเบรกหน้าคาลิปเปอร์โมโนบล็อก 4 สูบ Brembo M4.32 และคาลิปเปอร์หลังแบบลูกสูบเดี่ยว Brembo สำหรับประสิทธิภาพการเบรกในสนามแข่ง Street Triple RS และ Moto2™ Edition นั้นมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมคาลิปเปอร์คู่หน้าแบบเรเดียลโมโนบล็อก 4 สูบ ของ Brembo Stylema พร้อมจานเบรกคู่ขนาด 310 มม. รวมถึงเบรก Brembo MCS ที่เข้าคู่กันพร้อมคันโยกที่ปรับได้ ช่วยเพิ่มการควบคุมและความปราณีตในการขับขี่ยิ่งขึ้น ในขณะที่คาลิปเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยวของ Brembo ช่วยควบคุมที่ด้านหลัง ซึ่งเชื่อมโยงให้เกิดความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของเบรกหน้าและหลัง เพื่อความเสถียรในการเบรกที่ดีขึ้น และลดระยะการหยุดที่แม่นยำมากขึ้น

ระบบกันสะเทือนแบบปรับได้เต็มสเปค
ส่วนประกอบระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงจาก Showa และ Öhlins ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อให้เหมาะกับแต่ละรุ่น ประกอบกับการออกแบบโครงรถอันล้ำสมัยของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ที่เสริมการออกแบบทั้งหมดสามารถปรับได้อย่างเต็มที่สำหรับพรีโหลด เพื่อการบีบอัดและการเด้งกลับ

ในรุ่น Street Triple R มาพร้อมกับโช้คหน้าสูบคู่แบบหัวกลับจาก Showa ขนาด 41 มม. และโช้คหลังเดี่ยว RSU พร้อม Piggyback reservoir จาก Showa ในขณะที่รุ่น Street Triple RS ที่มีสเปคสูงกว่านี้ มาพร้อมโช้คสูบคู่แบบหัวกลับจาก Showa ขนาด 41 มม. และโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Öhlins

ด้านรุ่น Street Triple 765 Moto2™ Edition นำเสนอความสามารถพร้อมสำหรับสนามแข่งด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับของ Öhlins ขนาด 43 มม. เพื่อการควบคุมที่แม่นยำและโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Öhlins ที่มาพร้อมระยะยุบตัวของล้อหน้าในทุกรุ่นคือ 115 มม. โดยมีระยะยุบตัวของล้อหลัง 131.2 มม. ในรุ่น RS และ Moto2™ และ 133.5 มม. สำหรับ Street Triple R

ยางประสิทธิภาพสูงพร้อมสำหรับสนามแข่ง
ยางประสิทธิภาพสูง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3 เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่น Street Triple RS และ Moto2™ Edition ซึ่งส่งมอบระดับการยึดเกาะเหมือนอยู่บนสนามแข่ง รวมถึงการทรงตัวในความเร็วสูงอันโดดเด่น ทั้งหมดนี้เป็นยางสำหรับใช้งานบนท้องถนนทั่วไป

ด้าน Street Triple R มาพร้อมกับยาง Continental ContiRoad ที่ใช้งานได้หลากหลายและเป็นที่ยอมรับ ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมทั้งแบบถนนเปียกและแห้ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการเดินทางในทุกฤดูกาลและการขี่บนท้องถนน
โครงรถน้ำหนักเบาและสวิงอาร์มที่มีรูปทรงเหมือนปีกนก
สวิงอาร์มที่มีรูปทรงเหมือนปีกนกของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ได้รับการพัฒนาให้มีความแข็งแกร่งในการบิดเป็นเลิศที่มาพร้อมความยืดหยุ่นด้านข้าง ด้วยการออกแบบที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพสูงสุดเมื่อขับขี่ความเร็วสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ จุดหมุนของสวิงอาร์มเคลื่อนไหวโดยเป็นธรรมชาติ เพื่อส่งแรงไปถึงโช้คหลังภายใต้การเร่งความเร็วสูง เพื่อส่งมอบเข้าโค้งที่ผสานกับโครงรถที่แม่นยำ

เมื่อรวมกับโครงรถที่มีน้ำหนักเบาและอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่เหลือเชื่อ ช่วยยกสมรรถนะในคลาสของ Street Triple ที่ผ่านการควบคุมที่มั่นใจซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทรอัมพ์ ทำให้เป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์ทางเลือกที่เข้าถึงได้สำหรับผู้ขับขี่ทุกคน
เทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
กลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple รุ่นปี 2023 มีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ ด้วยการปรับปรุงและปรับแต่งระบบ ABS ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน และโหมดการขับขี่ รวมทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยจะควบคู่ไปกับความสะดวกสบายของผู้ขับขี่

ระบบ ABS เพื่อการเข้าโค้งที่ปรับปรุงใหม่
ระบบเบรก ABS ในขณะเข้าโค้งรุ่นล่าสุดเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Street Triple รุ่นปี 2023 ทั้งสามรุ่น เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพการเบรกสูงสุดในทุกมุมเอียง ระบบ ABS ใหม่พร้อมระบบตรวจจับแรงเฉื่อย IMU (Inertial Measurement Unit) ในตัว เพื่อการควบคุม ABS ที่ดียิ่งขึ้น การตั้งค่าที่ปรับแต่งให้เข้ากับโหมดการขี่แต่ละโหมดจะเปลี่ยนระดับเบรก ABS ในขณะที่การปรับแต่งในโหมดสนามแข่งก็มีให้สำหรับผู้ขับขี่เพื่อปรับแต่งลดระดับเบรก ABS

ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนในขณะเข้าโค้ง ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานสำหรับ Street Triple ทั้งสามรุ่น โดยระบบควบคุมการยึดเกาะถนนที่ได้รับการปรับปรุงซ ด้วยระบบตรวจจับแรงเฉื่อย หรือ IMU จะคำนวณมุมเอียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าการลื่นไถล และการควบคุมแรงบิดเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับปรับได้อย่างอิสระใน 4 โหมดการขับขี่ เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การขี่และสภาพถนน รวมถึงการปรับแต่งที่เน้นบนสนามแข่ง ตลอดจนความสามารถในการปิดการทำงานทั้งหมด สำหรับนักขี่ที่มีประสบการณ์
โหมดการขี่ที่ได้รับการอัปเกรดเพื่อส่งมอบความรู้สึกในการขับขี่ที่มากขึ้น
Street Triple R ใหม่มีโหมดการขี่สี่โหมด ได้แก่ Road, Rain, Sport และ Rider-configurable ทำให้ง่ายต่อการปรับแต่ง เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของผู้ขับขี่

ส่วนรุ่น Street Triple RS และ Moto2™ Edition มีโหมดการขี่ห้าโหมด โดยเพิ่มเติมโหมด Track รวมเข้ากับอีก 4 โหมดมาตรฐานจากรุ่น R โดยโหมด Track ได้รับการออกแบบใหม่ที่ยังคงส่งมอบความมั่นใจในระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่พร้อมจะช่วยเหลือในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
สำหรับโหมดการขี่แต่ละโหมดจะปรับลักษณะ และพฤติกรรมของรถจักรยานยนต์ด้วยปีกผีเสื้อใหม่ในโหมด Road, Sport และ Track เพื่อส่งมอบความรู้สึกที่ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ด้านโหมด Rain จะจำกัดกำลังเครื่องยนต์ไว้ที่ 100 แรงม้า ขณะที่เพิ่มระดับของระบบ ABS และ Traction Control เพื่อส่งมอบการควบคุมที่ดีขึ้นในสภาพถนนเปียก
หน้าจอ TFT แบบสี ขนาด 5 นิ้ว
โดย Street Triple 756 RS และ Moto2™ Edition มาพร้อมหน้าจอ TFT แบบสี ขนาด 5 นิ้ว สวิตช์คิวบ์ที่ปรับตามหลักสรีรศาสตร์และจอยสติ๊กห้าทิศทางให้การนำทางของระบบที่ใช้งานง่าย พร้อมระบบเชื่อมต่อ My Triumph Connectivity ที่จะถูกเปิดใช้งานไว้ล่วงหน้า ซึ่งหมายความว่าเจ้าของ Street Triple สามารถเข้าถึงการนำทางแบบ Turn by Turn รวมถึงการควบคุมโทรศัพท์ และการควบคุมเพลงผ่าน Bluetooth ที่เป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับแอป My Triumph ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ยังมีตัวจับเวลารอบรวมอยู่ในรุ่น RS และ Moto2™ Edition สำหรับการใช้งานในสนามแข่ง ในขณะที่รุ่น Moto2™ Edition ยังมีลำดับการเริ่มต้นที่ไม่ซ้ำใครและโดดเด่นซึ่งแสดงโลโก้ Moto2™

ทั้งนี้รุ่น Street Triple R มาพร้อมกับแผงหน้าปัดมัลติฟังก์ชั่น ซึ่งรวมถึงจอแสดงผล TFT สำหรับแสดงข้อมูลสำคัญ
ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์แบบไม่ใช้คลัตช์ (Triumph Shift Assist) รุ่นล่าสุด
ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์แบบไม่ใช้คลัตช์ (Triumph Shift Assist) ที่พร้อมสำหรับสนามแข่งรุ่นล่าสุดของไทรอัมพ์ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ Street Triple ทั้งสามรุ่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขี่บนท้องถนน โดยผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องปิดคันเร่ง เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและรวดเร็วซึ่งจะไม่ทำให้จักรยานยนต์สั่น

นอกจากนี้ยังสามารถปรับลดเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้คลัตช์และไม่จำเป็นต้องบิดคันเร่งเพื่อให้เข้ากับความเร็วของเกียร์และรอบเครื่องยนต์ เนื่องจากกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ปี 2023 จะปรับคุณลักษณ์นี้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นตัวช่วยการขับขี่ที่สำคัญเมื่อต้องเข้าโค้ง ช่วยให้ลดความเร็วได้อย่างนุ่มนวลและควบคุมการขับขี่ได้
ระบบ Slip และ Assist Clutch
ระบบ Slip และ Assist Clutch ของไทรอัมพ์ติดตั้งมากับ Street Triple ทั้งสามรุ่นช่วยให้มั่นใจได้ถึงความรู้สึกของคันโยกที่เบาและสม่ำเสมอ เพื่อความสบายและการควบคุมที่ดียิ่งขึ้นบนท้องถนน โดยมีประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์หยุดหรือเริ่มต้นของการเดินทางในเมือง

ระบบควบคุมการยกล้อหน้า
ระบบควบคุมการยกล้อหน้าได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มการควบคุมในขณะที่ผู้ขี่แทบไม่สังเกตเห็น อัลกอริธึมใหม่ขั้นสูงจะตรวจสอบสัญญาณจาก IMU อย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่ามีการควบคุมที่ราบรื่นและรวดเร็วขึ้นยิ่งขึ้น

ระบบไฟ LED ที่โดดเด่นทั้งหมด
ระบบไฟเป็นแบบ LED ทั้งหมดสำหรับทั้งสามรุ่น โดยในรุ่น RS และ Moto2™ พร้อมไฟหน้า DRL สุดโดเด่นในขณะที่รุ่น Street Triple R โดดเด่นด้วยไฟอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงการยกเลิกไฟอัตโนมัติที่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ภาพลักษณ์อันเฉียบคม พร้อมท่วงท่าที่ดุดันและทรงพลังมากขึ้น
วิวัฒนาการอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เปิดตัวในปี 2007 ความงามใหม่อันโดดเด่นนี้ยังแสดงให้เห็นถึง DNA ของการออกแบบในกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยภาพลักษณ์และท่วงท่าดุดันและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมลาย ‘765’ ที่ได้มาจากการแข่งขันและกราฟิกแบบสปอร์ต ทำให้รถจักรยานยนต์กลุ่ม Street Triple ได้กำหนดนิยามใหม่ให้กับรถคลาสนี้ โดยสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับรถเน็กเก็ตสปอร์ตที่มาพร้อมสมรรถนะ

ตัวถังน้ำมันรูปแบบใหม่ทั้งหมด
ตัวถังน้ำมันดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ที่มาพร้อมสไตล์ที่เฉียบคมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Street Triple เป็นผลมาจากความใส่ใจในรายละเอียด ด้วยตัวถังเชื้อเพลิงขนาด 15 ลิตรใหม่มีแผงด้านข้างที่มาพร้อมการออกแบบเชิงมุมที่จัดวางอย่างสวยงามเข้ากับแผ่นครอบหม้อน้ำที่คมชัดยิ่งขึ้น เสริมด้วยการตกแต่งไฟหน้าแบบใหม่ที่รวมช่องรับอากาศเข้าไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีแผ่นครอบครื่องด้านล่างท้องเครื่องที่มาพร้อมสีใหม่สำหรับรุ่น RS ซึ่งมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับรุ่น R

ส่วนท้ายของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ใหม่นั้นมีความพิเศษไม่แพ้กัน ด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและสปอร์ตเพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่เฉียบแหลม โดยในรุ่น RS มีที่ครอบเบาะนั่งสีเดียวกับตัวรถ รวมถึงเบาะนั่งซ้อนท้ายแบบเปลี่ยนได้ ทำให้การสลับไปมาระหว่างรูปแบบต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย

รูปทรงท่อเก็บเสียงแบบใหม่ช่วยเสริมจุดยืนอันดุดันของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ตอกย้ำเสียงเครื่องยนต์สามสูบอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ในฐานะที่เป็นสุดยอดแห่งกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน โดยรุ่น Moto2™ Edition โดดเด่นด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ซึ่งรวมถึงบังโคลนหน้า แผงด้านข้าง แผงครอบไฟหน้า และแผ่นครอบเครื่องด้านล่างพร้อมเพิ่มความพิเศษเฉพาะตัวตามแบบรถจักรยานยนต์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน โดยแต่ละคัน จะมีหมายเลขสลักไว้สุดประณีตบนแผงคอ ซึ่งสร้างขึ้นเพียงสีละ 765 คันเท่านั้น ทำให้เป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ที่พิเศษสุดและน่าสะสมที่สุดในปัจจุบัน

ธีมสีใหม่ของกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ที่ได้มาจากการแข่งขัน
Street Triple R มีให้เลือก 2 สีร่วมสมัย ได้แก่ สี Silver Ice พร้อมกราฟิกสี Storm Grey และสี Yellow และสี Crystal White พร้อมกราฟิกสี Storm Grey และสี Lithium
สำหรับ Street Triple RS มีตัวเลือกสีที่โดดเด่นสามแบบ ได้แก่ สี Silver Ice พร้อมกราฟิกสี Baja Orange และสี Storm Grey ต่อด้วยสี Carnival Red พร้อมกราฟิกสี Carbon Black และสี Aluminium Silver รวมถึงสี Cosmic Yellow พร้อมกราฟิกสี Carbon Black และสี Aluminium Silver
สุดท้ายรุ่น Moto2™ Edition มาในรูปแบบสองสีที่สะดุดตาซึ่งมาจากการแข่งขัน ได้แก่ สี Triumph Racing Yellow พร้อมซับเฟรมหลังสี Aluminium Silver และสี Crystal White พร้อมซับเฟรมหลังสี Triumph Racing Yellow เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ Moto2™ อย่างเป็นทางการบนถังน้ำมัน ล้อ ส่วนท้าย และท่อเก็บเสียง ของรถรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันนี้นำเสนอสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ Street Triple แบบใหม่ทั้งหมด

อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์มากกว่า 50 รายการ ช่วยให้เจ้าของปรับแต่งกลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triples ได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (รุ่น RS และ Moto2™ เท่านั้น) ไปจนถึงบังลมหน้า แฮนด์แบบปรับความร้อนได้ ที่จับสำหรับผู้ซ้อนท้าย ตัวเลือกเบาะนั่งต่ำ และกระเป๋าเดินทางแบบสั่งทำ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับ Street Triple ทุกประเภทที่ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ โดยอุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ทั้งหมดมาพร้อมกับการรับประกันสองปีแบบไม่จำกัดระยะทางเช่นเดียวกับตัวรถ
การบริการ และการรับประกัน
กลุ่มรถจักรยานยนต์ Street Triple ใหม่มาพร้อมความคุ้มค่าสูงสุดด้วยรอบการเช็คระยะสูงถึง 10,000 กม. และรับประกัน 2 ปีไม่จำกัดระยะทาง
รถจักรยานยนต์ Street Triple 3 รุ่นใหม่อันน่าทึ่ง
รถจักรยานยนต์ Street Triple 3 รุ่นใหม่มาพร้อมพละกำลังที่มากขึ้น การควบคุมที่ดีขึ้น และรูปลักษณ์ที่เฉียบคมยิ่งขึ้น แต่ละคันสร้างขึ้นด้วยสเปคที่สูงกว่าคู่แข่ง โดยแต่ละรุ่นมีลักษณะเฉพาะของตัวเองและตกแต่งอย่างสวยงามตามมาตรฐานคุณภาพอันน่าทึ่งและขึ้นชื่อตามแบบฉบับไทรอัมพ์


