รีวิว Suzuki GIXXER SF สายซูฯคันนี้ มีดีเกิดคาด!!

เรื่อง: GUN1000R / ภาพ: Mike Alpaca

“Suzuki Gixxer SF”  ถือว่าเป็นหนึ่งในสายสปอร์ตขุมพลัง 249 ซีซี.ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Lifestyle Sport Bike” สื่อความหมายว่ามันเหมาะกับการใช้งานหลายๆแนว  หลังจากเรานำมันไปขี่ใช้งานในเมืองโดยตั้งใจให้ “ตรง” กับคาแรคเตอร์ ก็ทำให้มีประเด็นอยากบอกเล่าพอสมควร จะเป็นอย่างไรบ้าง?? ตามมาครับ!!

เครื่องยนต์ “เน้นสนุก”
เซอร์ไพรส์ด้วยคาแรคเตอร์ที่แตกต่างจากสปอร์ตไบค์คลาส 250-300 ซีซี. ค่ายอื่นในตลาดพอสมควร เรียกความรู้สึกสนุกเมื่อกดคันเร่ง สับคลัทช์ เปลี่ยนเกียร์ กับความจัดจ้านที่ให้มา.. แม้การเปิดตัวโมเดลใหม่ในคลาสนี้ไม่ได้หวือหวาตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะถูกเจาะตลาดมาหลายค่ายเหลือเกินตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา.. แต่ Suzuki Gixxer SF ทำได้! ช่องว่างเพียงเล็กน้อยที่ทำให้ความสนุกไม่เหมือนใครนี้มาจากไหน?

“เครื่องยนต์สูบเดี่ยว ขนาด 249.1 ซีซี.” SOHC ให้แรงม้ามา 26.5 ตัวแรงบิด 22.2 นิวตันเมตร เป็นหัวใจที่สำคัญของกลไกนี้..แม้ตัวเลขอาจไม่หวือหวา พอลองได้สตาร์ทเครื่องเริ่มบิดออกตัวพบแรงบิดมันๆได้ทันที! ..เหมือนลูกอมรสเปรี้ยวจี๊ดที่เคยกินตอนเด็กๆ.. ความรู้สึกของการระเบิดความสนุกทันทีที่สัมผัส.. จู่โจมต่อเนื่องด้วยรอบเครื่องยนต์บิดได้ดั่งใจภายใต้รอบเรดไลน์ที่ให้มา ..การบิดคันเร่งแต่ละครั้งเรียกร้องให้เราได้เค้นไปสู่รอบสูงและสับเกียร์เพิ่มเติมความเร็วตลอดเวลา
ส่วนหนึ่งมาจากระบบระบายความร้อนที่หยิบยืม “เสี้ยวหนึ่ง” ของวิศวกรรมจากโมเดลซูเปอร์ไบค์ประจำค่าย.. Oil Cooling System ไหลเวียนน้ำมันเครื่องจากห้องจุดระเบิดนำมาลดอุณหภูมิวนผ่านฝาสูบลดอุณหภูมิห้องจุดระเบิดไหลกลับหม้อพัก และอีกส่วนจากชุดเกียร์ให้ความรู้สึก “ลงล็อค” ไม่ว่าสับขึ้นหรือลง ให้ความรู้สึกเร้าใจได้ตลอด โดยเฉพาะ “การหาเกียร์ว่าง” ทำได้ง่ายน่าประทับใจจนต้องบอกต่อ..

ดังนั้นคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ 249.1 ซีซี. ที่ไม่หวือหวากลับเรียกความเร้าใจในการขับขี่ได้จนน่าแปลกใจ ที่สำคัญเราสามารถนำ Suzuki Gixxer SF ออกมาหวดสนุกๆได้ทุกวัน ไม่ว่าขี่เล่นๆ หรือขี่ไปทำงานก็ตาม..

หน้าตาสปอร์ต“ทรงยุโรป”
ไม่ค่อยคุ้นตากับดีไซน์ภายนอกแบบนี้เท่าใดนักในประเทศไทย หากขยับไปโซนยุโรปก็ถือว่าไม่แปลกนับว่าสวยทีเดียว.. โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายสไตล์สปอร์ตตลอดคัน พร้อมชุดไฟหน้า LED สว่างชัด แม้ช่วงหน้ารถต้องทำความคุ้นเคยกับชุดฟูลแฟริ่งที่ไม่ได้มีชิลด์หน้าเอาไว้ช่วยบังลม คงหาอะไหล่มาเปลี่ยนได้ไม่ยากเย็น

มิติรถโดยรวมออกแบบมาให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับกลิ่นอายความสปอร์ตของซูซูกิได้อย่างดี ตัวถังมีความกระชับยามขับขี่ ล็อคช่วงล่างของร่างกายเอาไว้กับรถได้ยอดเยี่ยม.. แม้มีอาการติดขัดตอน“ยืน” เพื่อลดแรงกระแทก หรือลุยบนเส้นทางที่มีอุปสรรคเยอะหน่อยทำได้ยากไปนิด.. รวมถึงช่วงแฮนด์แบบคลิป-ออนยกสูง ให้ท่านั่ง Up Right นั่งสบายพอสมควร..

ภายนอกของ Suzuki Gixxer SF เป็นสปอร์ตฟูลแฟริ่งเมื่อได้ขับขี่จริงๆแล้ว ท่านั่งนั้นเอนเอียงไปทาง Naked Sport มากกว่า.. ซึ่งดีไปอีกแบบทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่าย นั่งสบาย ทำให้การพลิกเลี้ยว หรือทำความเร็วสูงสามารถทำได้โดยที่ยังรู้สึก “อยู่มือ” ครบ 100%

ที่สำคัญความสูงเบาะเพียง 800 มม. กับน้ำหนักตัวรวมของเหลวแล้ว 161 กก. ถือว่าเบา เข้าถึงง่าย เหมาะกับชาวเอเชียอย่างเราๆ ผมสูง 170 ยืนคร่อมได้เต็มเท้า ชิลล์ๆไปเลย

ช่วงล่างหนึบใช้ได้
Gixxer SF จัดช่วงล่างมาให้ใช้งานได้ค่อนข้างประทับใจเช่นเดียวกัน แม้ด้านหน้าเป็น Telescopic ธรรมดา แต่เป็นแบบแกนขนาดใหญ่ ซึ่งไซส์แบบนี้โดยมากมักพบในคลาส 650 ซีซี. ขึ้นไป.. เช่นเดียวกับโช้คอัพหลังยึดตรงสวิงอาร์มแบบโมโนช็อคปรับสปริงพรีโหลดได้.. ทำให้ระบบการซับแรงกระเทือนตอบสนองได้อย่างดี มีความเหมาะสมกับการขับขี่ในรูปแบบ City Use พอสมควร

ระบบเบรกได้แบรนด์ลูกของ Brembo ติดมาทั้งหน้า-หลัง “By Bre” โดดเด่นที่การไล่น้ำหนักเบรกได้อย่างละเอียดลออ ขนาดของดิสก์เบรกหน้าให้มาไซส์ 300 มม. กันเลย ..ซึ่งใกล้เคียงกับที่พบได้ในรถ Supersport.. ผมชอบเป็นการส่วนตัวใครที่คุ้นเคยกับจับเบรกไว กำนิดเดียวจับแน่นทันที คงต้องทำความคุ้นเคยพอสมควร โดยรวมถือว่าเป็นระบบเบรกที่เชื่อถือได้.. แน่นอนว่ามี ABS มาให้ทั้งหน้า-หลัง

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ..
มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ตลอดคัน ที่เสริมอรรถรสให้กับการขับขี่ Suzuki Gixxer SF ขึ้นไปอีกขั้น ต้องขออนุญาตกล่าวถึงให้ครบถ้วนเสียหน่อยครับ

หน้าปัดเรือนไมล์ Full Digital LCD “Negative Black Light” ให้ความสว่าง มองเห็นกลางแดดได้ชัดเจนดีมากๆ บอกข้อมูลได้ครบถ้วน อ่านง่าย.. ฟังก์ชั่นบอกตำแหน่งเกียร์ จับทริปไฟชิฟท์ไลท์คอยเตือนเมื่อถึงรอบเปลี่ยนเกียร์

เบาะนั่ง 2 ตอนสไตล์สปอร์ตบุมา “นุ่มมาก” ทั้งตำแหน่งของคนขี่และคนซ้อน จนลืมไปว่าเป็นรถสไตล์สปอร์ตช่วยลดอาการเมื่อยจากการนั่งขับขี่เป็นเวลานานได้แผ่นกันน้ำดีด ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ซ้อนเข้าไปกับบังโคลนที่ติดทะเบียนของรถอีกที ถูกใจสายใช้งานแน่นอน สะดวกตรงที่ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม ถอดบังโคลนทำท้ายสั้นได้ ใครที่ไม่ชอบกันดีดนี้ก็หาไขควงหมุนออกไปได้ง่ายๆเลย

สำหรับ Suzuki Gixxer SF วางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคายั่วยวน128,800 บาทเท่านั้น ..สนใจล่ะสิ?

ติดต่อไปได้ตลอดเวลาที่ www.suzukimotosales.co.th
หรือแฟนเพจ Suzuki Society Thailand เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย!