ศึกประชันบิ๊กสกู๊ตเตอร์ “Tmax VS Xmax” ขี่ที่ใช่ ใช้ที่โดน!

ศึกประชันบิ๊กสกู๊ตเตอร์ “Tmax VS Xmax” ขี่ที่ใช่ ใช้ที่โดน!
แม้ว่าความสนุกเร้าใจของรถจักรยานยนต์จะมากเพียงใด แต่ความสะดวกสบายก็ดูจะเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งความแรงและความสะดวกสบายจึงได้เฉิดฉายอย่างแรงกล้า.. โดยเฉพาะสกู๊ตเตอร์ทรงสปอร์ตที่เปี่ยมไปด้วยความแรงและความสะดวกสบายดังกล่าวจากยามาฮ่า.. “XMAX และ TMAX” ..แต่ว่าอะไรจะเหมาะกับคุณที่สุดล่ะ?

562 ซีซี. ปะทะ 292 ซีซี.
เครื่องยนต์ใหม่ของ TMAX 560 นั้น ส่งมอบแรงบิดที่มากขึ้นกว่า 6% จาก TMAX 530 แม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่ได้มากมายนัก แต่มันถูกปรับปรุงขึ้นมาเพื่อ “เติมเต็ม” พละกำลังในห้วงของการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี..
แรงบิด 55.70 นิวตันเมตร จากเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ให้ตัวเลขแรงม้าสูงสุด 46.94 แรงม้า คือความ “ตอบโจทย์” ในการเดินทางแบบไฮเวย์หรือใครที่ต้องบิดคันเร่งค้างไว้ยาวๆก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่คุณตามหา เพราะการเร่งแซงช่วงความเร็ว 120+ นั้นต้องใช้ทั้งพละกำลัง จังหวะ และความเร็ว และ TMAX 560 ก็มีคำตอบในเรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วน 292 ซีซี. ของ XMAX นั้น มีแรงบิด 29 นิวตันเมตร ที่ 5,750 รอบ กับตัวเลขแรงม้าสูงสุด 27.63 แรงม้า เปรียบเสมือนรุ่นย่อส่วนของ TMAX ก็ว่าได้ ..แน่นอนว่ายังคงรักษาความสามารถในการขับขี่เดินทางเอาไว้ได้ด้วยตัวเลขดังกล่าว แม้ต้องออกอาการเค้นยามต้องการแซงในช่วงความเร็วสูงมากขึ้น แต่ก็ได้ความคล่องตัวมากขึ้น ควบคุมแรงบิดง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลอย่างมากในการขับขี่ภายในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ต้องเปิด-ปิดคันเร่งอยู่ตลอดเวลา ..ใช้แรงบิดทำความเร็วมากขึ้นก็จริง แต่ก็หมดห่วงเรื่องการคุมคันเร่งในเมืองได้อีกมากโข..

ขนของ
อีกปัจจัยของการเลือกใช้สกู๊ตเตอร์.. “กล่องเก็บของใต้เบาะ” ..ยิ่งเมื่อเป็นรถที่มีโครงสร้างใหญ่โตตามขนาดของเครื่องยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากตามไปด้วย.. แต่งานนี้ไม่ได้ใหญ่ตามตัวเลข ซีซี. เสมอไป..
ความสามารถในการจุหมวกกันน็อคเต็มใบได้ 1 ใบ คือพื้นฐานของรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ในยุคนี้ไปเสียแล้ว ..ความเร็วเพิ่มขึ้น ความปลอดภัยก็ต้องมากขึ้น จะหยิบหมวกกันน็อคเต็มใบมาใส่แต่พอจะไปทำธุระดันต้องหิ้วไปหิ้วมาด้วยก็ดูจะลำบากเกินไปสักหน่อย..
ดูเหมือนว่า Yamaha XMAX จะเป็นผู้ชนะในหัวข้อนี้.. เพราะความจุของกล่องสัมภาระใต้เบาะในโมเดล XMAX นั้นสามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ถึง 2 ใบ! แถมยังมีพื้นที่เหลือให้ใส่ของกระจุกกระจิกเพิ่มเติมได้อีก.. ส่วนทางด้าน TMAX ก็ใช่ว่าจะแพ้ขาดลอย เพราะพี่ใหญ่บิ๊กสกู๊ตเตอร์ของยามาฮ่าคันนี้ ก็จุหมวกกันน็อคได้ 2 ใบเช่นกัน! แต่ต้องเป็นแบบ “เปิดหน้า” นะครับ ใครที่ใส่หมวกแบบเต็มใบนั้นจะใส่ได้แค่ใบเดียวเท่านั้น ..แม้จะใช้งานกล่องเก็บของใต้เบาะได้สะดวกกว่า XMAX เพราะข้อพับนั้นเปิดจากด้านท้ายรถ แต่ในแง่ของ “ความจุ” ก็ต้องยอมยกให้ XMAX เขาล่ะครับ!

ช่วงล่าง
คำตอบน่าจะชุดเจนอยู่แล้วตามชื่อรุ่น ..รุ่นใหญ่กว่าก็ต้องใส่ออพชั่นที่เหนือกว่ามาอยู่แล้วสิ!.. ก็จริง! แต่ใช่ว่าจะเป็นการ “กั๊กของ” เอาไว้แต่อย่างใด เพราะมันคือเรื่องของสมรรถนะและรูปแบบการใช้งานเสียมากกว่า ดังนั้นเรามาเจาะลึกดูข้อมูลของช่วงล่างทั้ง 2 รุ่นกัน..


ใช้งานง่ายต้อง XMAX.. สิ่งที่ทุกคนมองว่ามันคือความธรรมดาของโช้คอัพเทเลสโคปิกด้านหน้า และโช้คอัพสปริงคู่ด้านหลังนั้น คือความ “อเนกประสงค์” ในการใช้งานที่ทางยามาฮ่ามอบให้ เพราะจุดประสงค์หลักคือการใช้ขับขี่ทั่วไป ขี่ใช้งานทุกวัน.. การเซ็ตอัพของช่วงล่างชุดนี้จึงถูกเซ็ตมาให้มีความเหมาะสมกับการขี่ใช้งานทั่วไปมากๆ ระยะยุบของโช้คอัพหน้าที่ให้มาถึง 110 มม. สามารถตอบโจทย์การขับขี่ฝ่าอุปสรรคของถนนหนทางในตัวเมืองได้เป็นอย่างดี..
ส่วนใครที่มองหา “สมรรถนะ” อันยอดเยี่ยมก็ขอแนะนำ TMAX เลย เพราะความพิเศษของชุดช่วงล่างในโมเดล TMAX นั้นแตกต่างจากคู่แข่งค่ายอื่นอย่างชัดเจน ด้วยโช้คอัพแบบ “บิ๊กไบค์” ด้านหน้าหัวกลับ ขนาดแกน 41 มม. และโช้คอัพหลังเดี่ยว Link-Type ปรับระดับได้ ช่วยซับแรงกระแทกจากการขับขี่ความเร็วสูง เพิ่มสมรรถนะในการทำความเร็วเข้าโค้ง และเพิ่มความนุ่มนวลของการขับขี่ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังรองรับน้ำหนักตัวได้ดีมากขึ้นไม่ว่าจะมีคนซ้อน หรือขนสัมภาระเพิ่มเติมที่ด้านหลัง ก็ “เอาอยู่” สู้ทุกเส้นทาง

เทคโนโลยี
อย่างที่กล่าวกันไปก่อนหน้านี้ว่า “ใช้งานง่ายต้อง XMAX” ดังนั้น ความสำคัญของประโยคดังกล่าวคือ การจัดสรรค์ฟีเจอร์การใช้งานทุกอย่างมาให้ “เข้าถึงง่าย” ..นอกจากช่วงล่างแล้วในโมเดล XMAX ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ดีๆอยู่อีก ระบบกุญแจ Keyless เรือนไมล์แบบ Digital Multi-function บอกข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงสถานะของระบบ Traction Control System (TCS) และระบบเบรก ABS ว่ายังใช้การได้ดี ไม่มีปัญหา..
ด้านเทคโนโลยีของ TMAX 560 นั้นต้องบอกเลยว่า “อัดแน่น”… เริ่มที่ตัว Standard กับฟังก์ชั่นระบบแทรคชั่นคอนโทรล หรือ TCS แบบเดียวกับ XMAX แต่เพิ่มเติมด้วยโหมดคันเร่ง “D-Mode” อีก 2 โหมด Road, Rain เพื่อสมรรถนะสูงสุดต่อสภาพพื้นผิวถนนในรูปแบบต่างๆ และระบบล็อคขาตั้งคู่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อนำไปจอดในสถานที่ต่างๆ ลดอัตราการโจรกรรมได้เป็นอย่างดี..
และรุ่นท็อปอย่าง “TMAX Tech MAX” นั้นยังได้ระบบอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับชิลด์บังลมหน้าด้วยไฟฟ้า ระบบ Cruise Control ช่วยล็อคความเร็วขณะเดินทางไกล ประหยัดแรงในการคุมคันเร่ง Heated Grip & Seat ช่วยอุ่นมือและเบาะนั่งเมื่อต้องขับขี่ในอุณหภูมิต่ำ และยังรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน “My TMAX connect” ช่วยเพิ่มฟีเจอร์ค้นหาตำแหน่งของรถได้จากหน้าจอมือถือ แจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ หรือกดแตร/ไฟกระพริบ เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของรถในที่จอดรถได้ง่ายขึ้น..

การใช้งาน
หากคุณกำลังมองหาบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องแคล่ว ควบคุมง่าย ขนของได้เยอะ ดูเหมือนคุณจะเหมาะกับรหัส XMAX มากกว่า.. เนื่องจากทั้งน้ำหนักตัวเบากว่า ฟังก์ชั่นการใช้งานง่าย ขนของได้มาก มิติรถโดยรวมส่งผลให้ “ประหยัดแรง” เมื่อต้องใช้งานขับขี่ไปกลับสถานที่ทำงานทุกวัน รวมถึงค่าดูแลรักษาที่ประหยัดกว่า จึงดูเหมือนว่าเกมแบบ City Use จะตกเป็นของ Yamaha XMAX โดยไม่ยาก ..แต่ก็ใช่ว่า TMAX จะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้..
เพราะ Yamaha TMAX นั้นโดดเด่นที่ฟังก์ชั่นการใช้งานในรูปแบบของ “การเดินทาง” มากกว่า.. ช่วงล่างแบบรถบิ๊กไบค์ ขุมพลังเครื่องยนต์ 560 ซีซี. ระบบช่วยเหลือการขับขี่ D-Mode, Heated Grip & Seat, Cruise Control และแอปพลิเคชัน My TMAX Connect ต่างเข้ามาเพิ่มอรรถรสให้กับการขับขี่เดินทางให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ส่วนใครที่บอกว่า TMAX นั้นใหญ่เกินการใช้งานภายในเมืองก็ขอให้คิดเสียใหม่ เพราะระยะแฮนด์ซ้าย-ขวานั้นไม่ได้กว้างไปกว่าแฮนด์รถจักรยานยนต์ไซส์เล็กเท่าใดเลย ดังนั้นการมุดฝ่าจราจรจึงทำได้ไม่ยากเย็น แค่อาจจะต้องทำการคุมคันเร่ง

“ควบคุมพละกำลังให้เหมาะสม” กับสภาพการจราจรเสียหน่อยเท่านั้นเอง..
สุดท้าย.. ราคาแนะนำของ Yamaha XMAX นั้นอยู่ที่ 172,000 บาท ..Yamaha TMAX 560 ที่ 499,000 บาท และ TMAX Tech MAX – 539,000 บาท .. เลือกทางของคุณ แล้วออกไป “ขี่ที่ใช่ ใช้ที่โดน” กันเลย!