Triumph TF 450-RC Edition โมโตครอสรุ่นใหญ่คันแรกจากค่ายผู้ดี
ล่าสุดไทรอัมพ์ได้ทำการเปิดตัว Triumph TF 450-RC Edition โมโตครอสพิกัด 450 ซีซีคันแรกของทางค่าย ซึ่งได้ร่วมมือกับตำนานอย่าง Ricky Carmichael ที่ช่วยทั้งออกแบบสเปครถรวมไปถึงลวดลายกราฟิกอีกด้วย
ดีไซน์
สีสันที่ใช้ในโมเดลนี้เป็นสีเหลืองพิเศษของทางค่ายตัดแต้มด้วยสีดำและสีขาว ทั้งยังมีหมายเลข 4 เบอร์แข่งของตำนาน รวมไปถึงโลโก้และสปอนเซอร์หลักของ Ricky โดยมีดีเทลไปทั่วทั้งตัวรถเลย เพื่อเพิ่มความโดดเด่น
เครื่องยนต์
ขุมพลังของตัวรถจะเป็นเครื่องสูบเดียวแบบ SOHC ขนาด 450 ซีซีที่สร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขัน โดยมีจุดเด่นที่ว่ามีอัตราส่วนระหว่างแรงม้าต่อน้ำหนักในระดับแนวหน้าของคลาสนี้ แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขสมรรถนะ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 5 สปีด พร้อมควิกชิฟเตอร์ที่สามารถใช้งานขาขึ้นได้ตั้งแต่เกียร์ 2 – 6 เพื่อให้มั่นใจว่าจะโฟกัสกับการขับขี่ในแทร็กได้เต็มที่
จุดเด่นในเครื่องยนต์คือการใช้ลูกสูบอลูมิเนียมฟอร์จจาก Konig วาล์วไทเทเนียม DelWest ห้องเผาไหม้ขึ้นรูปแบบ CNC ตัวก้านกระทุ้งเองก็มีการเคลือบ DLC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานให้สูงสุด แอร์บ็อกซ์และระบบไอดีก็ออกแบบมาให้สอดคล้องกันโดยเลือกใช้กรองอากาศ TwinAir ที่ทนทานและประสิทธิภาพดี พร้อมระบบถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
ส่วนระบบไอเสียเลือกใช้ท่อสเตนเลสน้ำหนักเบาขึ้นรูปแบบไฮโดรฟอร์มเพื่อให้ออกแบบทางเดือนไอเสียได้ดีและให้การไหลเวียนสูงสุดพร้อมเรโซเนเตอร์ในตัวอีกด้วย
ตัวเครื่องยังใช้ฝาเป็นแม็กนีเซียมเพื่อรีดร้ำหนัก ชุดคลัตช์ภายในออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบเรซซิ่งที่ทนทานต่อการใช้งานหนักหน่วง ใช้คลัตช์น้ำมันพร้อมมือคลัตช์จาก Brembo เพื่อให้ควบคุมคลัตช์ได้ดั่งใจ
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีจัดการเกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัย ระบบไอดีและไอเสียออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพโดดเด่นและควบคุมจัดการได้ โดยมีเรือนปีกผีเสื้อของ Dellorto ร่วมกับระบบการจัดการเครื่องยนต์จาก Athena เพื่อให้จ่ายน้ำมันได้อย่างแม่นยำและตอบสนองต่อคันเร่งได้ดั่งใจมากที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือสามารถปรับจูนค่าต่าง ๆ อย่างแทรคชันคอนโทรลและระบบช่วยออกตัวผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือที่ชื่อว่า MX Tune Pro ช่วยให้ได้สมรรถนะที่ต้องการตามแต่สภาพของสนาม
สุดท้ายนี้ในส่วนของเครื่องยนต์ยังมีเอ็นจิ้นแม็ปหลากหลายให้เลือกใช้ รวมไปถึงแม็ปที่ Ricky ปรับแต่งสำหรับการใช้งานของเขาเองอีกด้วย
การควบคุม
เรื่องของมิติตัวรถ ทางค่ายเน้นออกแบบมาเพื่อชัยชนะ จึงออกแบบให้ควบคุมได้ดีเยี่ยมขณะเดียวกันก็ตรงตามหลักการยศาสตร์ช่วยขับขี่ได้สบาย มีการใช้แฮนด์บาร์ ODI RC4 ที่ทำจากอลูมิเนียม T6 พร้อมปลอกแฮนด์ ODI เพื่อความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับการควบคุมขับขี่ ตลอดไปจนถึงการช่วยซับแรงต่าง ๆ ให้ขับขี่ได้สบายมากขึ้น
ตัวรถยังมีอุปกรณ์ช่วยออกตัวอย่าง XTrig Holeshot ที่จะช่วยให้ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการโหลดโช้คหน้าไว้ก่อน เพื่อให้ศูนย์ถ่วงตัวรถต่ำและลดอาการล้อหน้าลอยเพื่อให้เร่งออกตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
ทางค่ายยังมีการติดตั้งฝาคลัตช์ Hinson การ์ดจานเบรกหน้าเพื่อป้องกันเศษต่าง ๆ ดีดใส่ กริพเบาะนั่งเพื่อลดการลื่นและช่วยให้ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น
ช่วงล่าง
ตัวรถใช้แชสซีเป็นอลูมิเนียมที่ออกแบบมาพิเศษให้มีบาลานซ์ระหว่างความยืดหยุ่นและน้ำหนักเบาที่ลงตัวมากที่สุด เฟรมเป็นแบบสไปน์และทวินเครเดิลที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา ช่วยให้รถมีความคล่องตัวและควบคุมได้ดี
ระบบกันสะเทือนเป็นของ KYB เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเป็น KYB AOS ที่มีระบบอากาศและน้ำมันแยกกัน สามารถปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะนุ่มนวลและมีความหนืดที่คงที่สม่ำเสมอ เพื่อให้มีการควบคุมที่ดี ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ที่สามารถปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ได้
ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวจาก Galfer ขนาด 260 มม. กับคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบลูกสูบคู่ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวจาก Galfer ขนาด 220 มม. กับคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบลูกสูบเดี่ยว
ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดจาก D.I.D DirtStar ที่ทนทานสูงรัดด้วยยาง Dunlop Geomax MX34 ขนาด 80/100 – 21 และ 110/90 – 19 หน้าหลังตามลำดับ
ราคาและการจำหน่าย
สำหรับการจำหน่ายจะเริ่มต้นจำหน่ายได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ในราคา 10,695 ปอนด์หรือราว ๆ 466,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างจะสมเหตุสมผลทีเดียวสำหรับรถโมโตครอสพิกัดนี้ งานนี้ใครชอบการขับขี่โมโตครอสอาจจะต้องลองเพิ่มตัวนี้เข้าไปพิจารณาอีกตัวนึง
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่













