ทดสอบ รีวิว Triumph Bonneville T100

เรื่อง : Hey Joe
ภาพ : GUN1000R

โลกโซเชียลโดยเฉพาะแฟนๆในยูทูป ยังคงส่งเสียงถามถึง Triumph Bonneville T100 มาเสมอ ว่าเทียบกันกับรุ่นนั้น หรือรุ่นนี้ แล้วมันจะดีกว่าหรือไม่อย่างไร? โดยเฉพาะในประเด็นของราคา 4 แสนกลางๆ นั่นแหละผมจึงตัดสินใจ เรียก T100 กลับมา “คุยกัน” อีกรอบ ในแบบ “เต็มทริป” ที่ผมเลือกไป “จ.กำแพงเพชร” ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลมากมายจากมัน แล้วสรุปมาเป็น 7 ประเด็นต้องรู้เกี่ยวกับไอคอนรถอังกฤษคันนี้

ประเด็นที่ 1 : แฮนด์ลิ่งและการควบคุม
ด้วยสไตล์รถทรงคลาสสิคที่แทบดูไม่ออกว่ามีการเปลี่ยนมิติไปในจุดไหนบ้าง เอาจริงๆการขึ้นมาขี่ T100 ซึ่งน้ำหนักตัวถึง 213 กก. ใช้งานในเมือง กลับเป็นเรื่องที่ง่ายดาย (ไม่แปลกที่เห็นหลายคนใช้ขี่ทำงาน) ช่วงแฮนด์ที่กว้าง 715 มม. ตำแหน่งท่านั่ง ความสูงเบาะ 790 มม.และองศาคอ-มุมเลี้ยว ล้วนแต่ทำออกมาให้คอนโทรลสะดวกสบายครับ ยิ่งได้คันเร่ง Ride By Wire คันเร่งไฟฟ้าเข้ามาช่วย ทำให้ขี่ในเมืองได้แบบลืมน้ำหนักตัวรถไปเลย ส่วนฟิลลิ่งของการขี่ทริป รถมีความนิ่ง เสถียร ตามสมควร มีเพียงจังหวะเข้าโค้งเท่านั้นที่ล็อคเข่าเข้ากับถังแล้วต้อง “โหน” สักเล็กน้อยแล้วจะไปกับ T100 ได้คล่องๆ

ประเด็น 2 : เครื่องยนต์ HT 900 ซีซี. วิ่งเท่าไหร่?
ผลของการ “พัฒนาผลิตภัณฑ์” ทำให้ Triumph ได้ T100 เวอร์ชั่นใหม่ออกมาตั้งแต่ปี 2017 นั่นคือเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 900 ซีซี. แคมเดี่ยว “หม้อน้ำ” พ่วงรหัส HT หรือ High Torque มาด้วย สำหรับผมเครื่องลูกนี้เกือบจะให้คำว่าสมบูรณ์แบบได้เลย ภาษาวัยรุ่นคงจะเรียกว่ามัน “ดึง” มากๆ มันมีระบบ Tracktion Control ซึ่งเหมาะแล้วกับเครื่องขนาดนี้ ที่อาจมีอาการท้ายสไลด์จากการเปิดคันเร่งหนักๆ แถมสลิปเปอร์คลัทช์ที่ใส่มาทำให้เกียร์ทั้ง 5 ยัดได้นุ่มนวลมาก ช่วงเกียร์ออกแบบมาให้กว้าง โดยเฉพาะเกี่ยว 1-2-3 รองรับ “แรงบิด” ต่ำถึงกลางได้เหมาะมือดีครับ ตั้งแต่ 3,000 รอบ/นาที ไปจนถึง 5,000 รอบ/นาที จัดว่าเป็นช่วงที่ดีสุดของเครื่องลูกนี้ ส่วนในเกียร์ 5 ผมลองไหลเข้าท็อปสปีด ปรากฏว่าได้อยู่ที่ 188 กม./ชม. ด้วยรอบเครื่องประมาณ 6,200 เท่านั้น… ส่วนอาการของเครื่องในทุกย่านกำลังที่แทบไม่มีสะท้านหรือสั่นกระพือเลยนั้น ต้องยกนิ้วให้การบาลานซ์ข้อเหวี่ยงกับการคำนวณจุดยึดเครื่องเข้ากับเมนเฟรมที่ลงตัวจริงๆ

ประเด็นที่ 3 : อัตราสิ้นเปลือง
ถังเชื้อเพลิงของ T100 เป็นทรงหยดน้ำที่มีความสวยงาม จุ 14.5 ลิตร เติมน้ำมันเต็มถังก็อาจจะอยู่ที่ 400 กว่าบาท ผมใช้ช่วงเบรคแรกของการขี่ จาก กทม.ถึงนครสวรรค์ ได้ระยะทาง 203 กม. วิ่งความเร็วสูงและความเร็วเดินทางปกติ จึงเอามาคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ปรากฏว่าได้ประมาณ 29.11 กม./ลิตร สำหรับผมถือว่าอยู่ในจุดที่ “รับได้”ครับ กับรถขนาดพิกัดนี้ ทั้งนี้ T100 สามารถดูอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบ “เรียลไทม์” รวมถึงเซ็ทหน้าปัดให้ดูค่าเฉลี่ยของอัตราสิ้นเปลืองในแบบสรุปทุกกม.ได้ด้วย

ประเด็นที่ 4 : ช่วงล่าง
สิ่งที่ประทับใจผมมาตั้งแต่คราวโน้นที่ได้ลอง T100 ในทริปสั้นๆที่ Triumph จัดขึ้น คือช่วงล่างครับ โดยปกติแล้วรถในสไตล์นี้มักจะถูกละเลยไป แต่มันไม่ใช่กับ T100 เพราะคู่โช้คหน้า KYB ช่วงยุบ 120 มม. กับ คู่โช้คหลังที่ปรับความแข็งสปริงได้ ช่วงยุบ 120 มม.เหมือนกัน เซ็ทนี้ขอบอกว่าหนึบนิ่งเกินคาด ชู้ตทางตรงยาวๆแล้วตกหลุม มันไม่มีอาการหน้าไว ไม่ชกมวย รวมถึงเก็บอาการในโค้งได้ดีพอสมควรเลย นี่ขนาดขี่เดิมๆนะ…ทั้งนี้วงล้อของ T100 เป็นล้อหน้าขอบ 18 นิ้ว ล้อหลัง 17 จับคู่กับยาง Phantom Sportcomp หน้า100/90-18 หลัง 150/70-17 (แบบใช้ยางใน) ขี่ใช้งานทั่วๆไปปกติดี แต่จุดนี้ผมมีเพิ่มเติมในประเด็นข้อสังเกต เดี๋ยวตามไปอ่านต่อกันนะ

ประเด็นที่ 5 : ระบบเบรค
ABS เท่านั้นสำหรับรถขนาด 900 ซีซี. และ T100 ก็ใส่มาให้แบบ 2 ชาแนลเลย จานดิสค์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 310 มม. ด้านหน้า และ 255 มม. พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบคู่ทั้งหน้า-หลัง เซ็ทนี้ไว้ใจได้ครับ แม้ในทริปผมจะไม่มี “เหตุ” ให้ต้องกำเบรคหนักๆ แต่จากที่ลองเบรคให้ ABSทำงาน พบว่าแม้การตอบสนองจะหน่วงอยู่เพียงเล็กน้อย แต่ระบบการทำงานของABS ก็ละเอียด ไม่มีปัญหา

ประเด็นที่ 6 : ฟังก์ชั่น
“รอบคัน”ของ T100 เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ล้วนๆครับ งานประกอบทั้งคันเนี้ยบ ประณีตสวยงามสมราคา กระจกมองข้างใช้งานได้ดี ปะกับแฮนด์ใช้โลหะแน่นหนา แครงค์เครื่องปัดเงาโชว์เนื้อโลหะงามๆ หน้าปัดคู่แบบคลาสสิค ด้านซ้ายความเร็ว ด้านขวาวัดรอบ …ทั้งคู่บิลด์อินจอดิจิตอลให้มาด้วย ที่ผมชอบมากคือมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบดิจิตอลที่เสริมตัวเลขบอกระยะทางที่รถจะวิ่งไปถึงจากปริมาณน้ำมันที่เหลือในถังอีกด้วย อันนี้แจ๋ว …ส่วนจอดิจิตอลด้านซ้าย เป็นการแสดงโหมด ระยะทางรวม ทริป A-B ดูนาฬิกา รวมถึงการเปิดปิด TC ที่ต้องทำตอนจอดรถ โดยสั่งงานจากปุ่มโหมดด้านซ้ายมือ จุดนี้ต้องบอกว่าของเค้าดี!

ประเด็นที่ 7 : ข้อสังเกต
มาถึงประเด็นสุดท้าย ที่ผมจำเป็นต้องพูดถึง นี่ไม่ใช่การ “บอกข้อเสีย” เพราะไม่มีจุดไหนที่รถเสีย แต่มันคือ “ข้อสังเกต” จากการใช้งานที่ผมพบอยู่บ้างใน T100 อย่างแรกเป็น ความร้อนของเครื่องยนต์ที่ “ร้อนไว” ไปสักนิดจนพัดลมระบายอากาศทำงานเป่าลมร้อนใส่ขาอยู่เนืองๆ จุดนี้ก็เข้าใจว่าเครื่องยนต์ HT ก็ต้องงี้แหละ…ถัดมาก็เป็นเรื่องยางติดรถ มีอาการ “ลื่น” อยู่เรื่อยๆ ยางรุ่นนี้ผมเคยขี่ในรถหลายๆรุ่นก็อาการเดียวกัน (ถ้าเป็นเจ้าของรถเอง ผมจะเปลี่ยนอัพเกรดไปใช้รุ่นที่หนึบขึ้นแน่ๆ) แล้วก็มีเรื่อง ขาตั้งข้าง ที่ทำ “เดือย” ให้เตะลงสั้นไปนิด ทำให้ต้องหันลงไปมองทุกครั้ง ไม่งั้นอาจเกิดล้มแปะได้ง่ายๆ ทั้งนี้ “ขาตั้งคู่” ก็เป็นอีกฟังก์ชั่นที่น่าจะใส่มาให้ เพราะมันช่วยให้เจ้าของรถดูแลรถเองได้สะดวกขึ้น…

อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบ “ข้อดี” กับ “ข้อสังเกต” เท่าที่ผมสัมผัสได้จาก T100 ด้วยราคา 456,000 บาท มันมีสิ่งที่นักบิดต้องการครบแทบทุกอย่างและซ่อนความโมเดิร์นเอาไว้ภายใต้รูปลักษณ์อมตะของ Bonneville อย่างแนบเนียน…ถ้าชอบแนวนี้ ชอบคลาส 900ซีซี….นี่คือรถที่ผมอยากแนะนำอย่างยิ่งครับ

[envira-gallery id=”7104″]