TURBO MAXIMUS YAMAHA XJ750 MAXIM

TURBO MAXIMUS YAMAHA XJ750 MAXIM
เจ้าของ : DEREK KIMES
ที่มา : https://www.bikeexif.com
นี่คือ Yamaha ตัวแต่งที่ “น่าทึ่ง”ไม่ใช่เล่น …เจ้า “Turbo Maximus” คันนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานประกวดที่ Jekyll Island (รัฐจอเจีย ,สหรัฐอเมริกา) แล้วก็เตะตาคนรักยามาฮ่าเข้าอย่างจัง หลักใหญ่ของ Turbo Maximus ซ่อนอยู่ในชื่อของมันนี่แหละ แล้วก็ยังมีพาร์ทเจ็บๆกับงานแปลงชั้นเซียนอีกทั่วคัน

จุดเริ่มโปรเจคท์นี้คือผู้เป็นเจ้าของอย่าง “DEREK KIMES” บังเอิญได้รถ Yamaha XJ750 Maxim ปี 1982 มา จากนั้นแนวคิดของเขาก็มุ่งไปที่การแปลงให้ออกมาทรง XJ750R (0U28) ที่ลงแข่ง Suzuka 8 Hours เมื่อปี 1984 (เป็นซีรีส์ XJ รุ่นเดียวที่ Yamaha วางกรอบการสร้างให้เป็นตัวแข่ง)

ความท้าทายคื แค่บอดี้ “เหมือน” รถแข่งมันยังไม่พอ ต้องล่อให้ “เต็มระบบ” ว่าแล้วก็จับ XJ750 มาแปลงเป็นเครื่องยนต์ยุคใหม่ เริ่มด้วยยกเครื่องเก่าออกไป แล้วแทนที่ด้วยเครื่อง XJ900 ปี 83 ซึ่งได้รับการ Overhaul ทั้งหมดโดย Jordan Hersey ผู้สร้างเครื่องยนต์ NASCAR จาก Atlanta รายละเอียด เช่น ลูกสูบฟอร์จที่ทำขึ้นใหม่ กำหนดอัตราส่วนกำลังอัดใหม่เป็น 9: 1 ยัดเฟืองเพลาลูกเบี้ยวแบบปรับได้จาก FZ750 และเปลี่ยนสปริงวาล์วไททาเนียมจาก Kibblewhite
ยังมีชุดฝาคลัทช์แต่งจากงานฝีมือ Eric Isaacson แห่ง E-FAB เปลี่ยน “มัดข้าวต้ม” หรือชุดขดลวดสเตเตอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น (มาจาก XJ700 Midnight Maxim) เพื่อสร้างกระแสไฟให้อัพจากเดิม 18 แอมป์ ไปเป็น 26 แอมป์ เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการที่รถถูกปรับไปใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI

ชุดหัวฉีดเรือนลิ้นเร่งมาจาก Suzuki GSX-R600 ปี 2003 ซึ่งเจ้าของงานบอกว่า นี่เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากสามารถเว้นระยะห่างเพื่อให้สอดคล้องกับ “พอร์ต” ทั้งระบบ และยังเชื่อมโยงกันผ่าน CAN BUS ไปยัง AIM MXS dash ได้เหมาะเจาะ

ชิ้นงานที่ทำสเต็ปต่อมาคือการวาง ปั๊มติ๊ก ,กรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเซ็นเซอร์ต่างๆ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะการเก็บงานทำควบคู่ไปกับร้อยสายไวร์ริ่งต่างๆซ่อนให้สวยงาม หัวใจสำคัญของระบบไฟ MS3Pro Engine Management System และ ECU เน้นการควบคุมเทอร์โบด้วย

ระบบเทอร์โบ TURBO MAXIMUS XJ750 เรียกว่างานเนี๊ยบมาก ดิเรกบอกว่า “ผมอยากให้มันดูเหมือนรถเดิมๆที่ซ่อนระบบเทอร์โบชาร์จเอาไว้ มากกว่าการโชว์อะไรรุงรัง ดังนั้นจบงานส่วนนี้ Derek จึงเลือกใช้เทอร์โบ Borg Warner S1BG ซึ่งใหญ่พอที่จะให้กำลัง 200 แรงม้า (ในเชื้อเพลิง E85) ตามที่เขาต้องการ แต่ก็เล็กพอที่จะสอดเข้าไปซ่อนไว้ระหว่างเฟรมและล้อหน้า!! ขณะที่การตั้งใจเก็บงานเนียนๆเพื่อซ่อนท่ออัดประจุไอดี ต้องตัดช่องที่ด้านล่างขวาของถังเพื่อให้มันสามารถย้อนกลับจากระบบหล่อเย็นได้โดยตรง เหนือเทอร์โบมีระบบอินเตอร์คูลเลอร์ที่สร้างขึ้นเอง ดังนั้นจึงต้องย้ายตำแหน่งออยคูลเลอร์ Earl ไปอยู่แถวๆด้านหน้าล้อหลังแทน

ในปี 1983 Yamaha ได้ผลิต XJ เทอร์โบของตัวเอง ซึ่งได้แก่รุ่น XJ650 Seca และปั๊มน้ำมันของมันมีช่องสำหรับดูดน้ำมันซึ่งออกแบบมาเพื่อดูดน้ำมันจากเทอร์โบกลับเข้าสู่เครื่องยนต์เพื่อหลีกเลี่ยงการรวมตัวของน้ำมัน นั่นแหละ ทำให้ Derek ได้หยิบพาร์ทนี้ของ XJ650 turbo มาสับใส่ XJ900 ได้อย่างเหมาะเหม็ง ส่วนระบบไอเสีย รับช่วงโดยท่อสลิปออนไทเทเนียมAkrapovic

มาที่ส่วน “โครงสร้าง” ส่วนหน้าของเฟรมยังเป็นของเดิม แต่สร้างบั้นท้ายและสวิงอาร์มใหม่ จากนั้นเปลี่ยนระบบกันสะเทือนหลังเป็น “โมโนโช้ค” โดยใช้โช้คหลังแบบปรับได้ 5 ทิศทาง ส่วนโช้คหน้าเลือกมาจาก Yamaha R6 ปี 2015 อัพเกรดด้วยภายในกระบอกด้วย Traxxion Dynamics AK-20 พร้อมกับ “กันสะบัด” ของ Ohlins แบบปรับได้

ยางใช้ขนาด 17 นิ้ว Racetec RR K2 ของ Metzeler (ล้อหลังกว้าง 5 นิ้ว) พร้อมคาลิเปอร์จาก FZ1 และจานเบรก FZR 1000

งานบอดี้เวิร์ค ต้องบอกว่าเฉียบไม่แพ้เรื่องเครื่องยนต์ แฟริ่งด้านหน้าแอบจำลองบางส่วนของรถ F1 โดย Airtech Streamlining ซึ่งได้รับการปรับให้สอดคล้องกับบอดี้พาร์ทอื่นๆที่ลงมือโดย Patrick Henry ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟเบอร์กลาส จาก Atlanta

Gustafsson Plastics ทำ “โม่ง” ที่เสริมด้วยครีบอะลูมิเนียมแบบตอกหมุดที่ฐานและกรอบรอบไฟหน้า JW Speaker LED ดูแล้วมาทรงเดียวกับ XJ750R racebike ที่มี “ตาเดียว” นั่นเอง …ถังน้ำมันมาจาก Yamaha XS750 Derek แต่ย้ายฐานยึดเพื่อติดตั้งบนเฟรม XJ750 จากนั้นปิดท้ายด้วยฝาเชื้อเพลิง Racefit โดยมีเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Alcantara


สุดท้ายคืองานสีโดย Mike Lewis จาก Gary’s Body Shop ในแอตแลนตา ซึ่งวางการเพ้นท์และกราฟิคให้รู้สึกถึง ตัวแข่ง XJ ในยุค 80 ของ Yamaha ได้อย่างสมบูรณ์สมเจตนาของพี่ DEREK KIMES เขาล่ะ