เมื่อความสนุกแบบฉบับ Vespa ต้องมาปะทะกับจิตวิญญาณแห่งป่าเขา.. บรึ้ม!!
เกิดเป็น Vespa Primavera S 150 i-Get ABS Safari Special Edition หนึ่งในโมเดลรุ่นพิเศษเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปี เวสป้าประเทศไทยที่เห็นแค่ปร๊าดแรกก็รู้เลยว่าทางเวสป้าจัดให้ “พิเศษ”ตรงใจสาวกสายเที่ยวเป็นแน่แท้..
กับการที่เรามักจะเห็นการจับกลุ่มเดินทางของสมาชิกเวสป้าตลอดทั่วประเทศ ..ไม่ว่าจะขึ้นเขา ลงทะเล หรือแค่แวะเที่ยวเขื่อนชิลล์ๆไม่ไกลจาก กทม. เองก็ตาม..
เวสป้าประเทศไทยจึงไม่รอช้าจับคอนเซ็ปต์โดนๆ มาชนกระแสการแคมป์ปิ้ง ที่กลับมาแรงมากๆในปี ค.ศ. 2021 นี้ด้วยเช่นเดียวกัน..
ดังนั้น นิตยสารโมโตครอสก็ไม่พลาดจะหยิบโมเดลรุ่น สเปเชียล อิดิชั่น สุดคูลตัวนี้มารีวิวสักหน่อยว่า “มันสมชื่อกับการจับใส่คอนเซ็ปต์นักเดินทางแบบนี้จริงๆหรือ??”
โดยผมขอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามชื่อรุ่น “Vespa Primavera/ S 150 i-Get ABS/ Safari Special Edition” (สุดจะยาว) ก็แล้วกัน..
ภาค 1.. “Vespa Primavera”

เป็นเสน่ห์อันยาวนานสุดคลาสสิกมาตั้งแต่โมเดล Primavera ในปี 1968.. สกู๊ตเตอร์ไฟกลมที่ผ่านร้อนหนาว และผ่านการเป็น “โมเดลพิเศษ”มาตั้งมากโขแต่ยังเปี่ยมความสามารถในการเรียกฐานแฟนคลับใหม่ๆได้อยู่สม่ำเสมอ ..

แน่นอนว่าเวสป้าไม่ปล่อยให้ชื่อ Primavera “เก่า”ไปตามกาลเวลา.. การตกตะกอน วิเคราะห์ และดึง “จุดเด่น”ออกมาพัฒนา เป็นสิ่งที่เวสป้าทำได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด.. การคงไว้ซึ่งตัวถังที่ทุกคนหลงรัก สอดไส้เทคโนโลยีทันยุคสมัย ทั้งชุดไฟส่องสว่างทรงกลม LED ตลอดคัน ให้ค่าความสว่างอันเหมาะสม กับการกินพลังงานไฟฟ้าน้อยลง.. หรือจะเป็นเบาะนั่ง “หนานุ่ม”เหมาะกับสรีระทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวกสบายไม่เมื่อยล้าทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน..ระบบช่วงล่างได้รับการพัฒนามาเพื่อตอบสนองต่อการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ซึ่งเราจะเขียนลงลึกในช่วงถัดไป).. และความเท่แบบ “ไอคอนนิค” ของเวสป้าที่ไม่ยอมให้กาลเวลาพาไปไหนด้วยวัสดุประกอบ “เหล็กล้วน”ตลอดคัน..

ดังนั้นในส่วนของคำว่า “Vespa Primavera”จึงเป็นเรื่องของความกลมกล่อม ระหว่าง ความคลาสสิก ความพรีเมี่ยม เทคโนโลยี และความสะดวกสบายในการเดินทางนั่นเอง..

ภาค 2.. “S 150 i-Get ABS”

เมื่อหลอดวัดปริมาตรความเท่ของ Primavera ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ เวสป้าก็สมทบทัพหลวงด้วยกองหนุนจากสมรรถนะความสนุกที่ “แบรนด์ใดๆก็ทำได้ไม่เหมือน”..
ตัวอักษร “S”ก่อนหน้าตัวเลข 150 คือการบอกถึงคาแรคเตอร์ความสปอร์ต.. คันเร่งมีการตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายเป็นตัวอักษรได้ยากจริงๆ แต่เอาเป็นว่าทุกครั้งที่ได้เปิดคันเร่ง มันเหมือนเครื่องยนต์บล็อคนี้กำลังบอกผมว่า “อยากบิดแรงแค่ไหนบอกมาเลยลูกพี่ ผมมีแรงมีเติมให้คุณได้เสมอคร้าบ!”

ตัวเลขความจุกระบอกสูบเป๊ะๆอยู่ที่ 154.8 ซีซี. ของเครื่องยนต์สูบเดี่ยว 3 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ตามมาด้วยตัวอักษรรหัส “i-Get”.. เป็นอันบอกว่านี่คือเครื่องยนต์ตัวท็อปของไลน์อัพนี้.. จุดเด่นในเรื่องของการลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ.. โดยเฉพาะช่วงการบิดคันเร่งในรอบสูงๆนั้น แทบไม่มีอาการสั่นมาให้สะท้านมือ หรือทำให้มือมีอาการ “ชา”ยามต้องใช้งานเดินทางไกลเลย..
แน่นอนว่ายังได้หัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยผสมผสานการทำงาน จนผมสามารถพูดได้อย่างไม่อายปากว่า “เครื่องยนต์ i-Get ของเวสป้านั้น แรง เสถียร และประหยัดน้ำมันอย่างผิดคาด”
นอกจากนี้ยังมีระบบเบรก ABS ที่ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกขนาด 200 มม. ด้านหน้า ติดสอยห้อยตามมา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจของผู้ขับขี่ได้อย่างมาก.. แม้ว่าลักษณะของการเปิดทำงานนั้น ค่อนข้างจะต้องกำเบรก “ลึก”พอสมควร แต่ความหนึบของระบบเบรกใน Vespa Primavera นั้นก็ถือว่าทำได้น่าประทับใจมากๆอยู่แล้วครับ..

และอีกเรื่องที่ผมอยากกล่าวถึงอีกหน่อยก็คือ “ระบบช่วงล่าง”มีความ “เฉพาะตัว”ในสไตล์เวสป้าอยู่ไม่น้อย..
ระบบกันสะเทือนหน้าไฮดรอลิคแบบกระเดื่องแขนเดี่ยว ระยะยุบ 78 มม. และโช้คอัพเดี่ยวด้านหลังที่สามารถปรับระดับความแข็งได้ 4 ระดับ พร้อมระยะยุบ 70 มม. ..เมื่อเราอ่านแต่ตัวเลขก็คงจะเกิดความรู้สึกที่ว่า “ระยะยุบน้อยจัง?” .. แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อนำไปใช้งานขับขี่จริงๆกลับมีการตอบสนองที่ดีของการ ยุบ-คืนตัว บนถนนที่ไม่เรียบ เต็มไปด้วยหลุมขนาดเล็กมากมายและต่อเนื่อง.. แม้ระยะยุบที่น้อยดูจะทำให้ระบบช่วงล่างแบบนี้เสียเปรียบเวลาเจอหลุมใหญ่ๆ กระแทกแรงๆบ้าง แต่มันก็ “เหมาะสม” กับรูปแบบของถนนในประเทศไทยอยู่พอสมควรทีเดียว

ภาค 3.. “Safari Special Edition”

การหยิบกระแส Camping เข้ามาตกผลึกเป็นคอนเซ็ปต์ “Reborn to be Wild” จับคู่กับโมเดลสุดคลาสสิกอย่าง Primavera จนเกิดเป็น “Safari Special Edition” ในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีเวสป้าประเทศไทยนั้น ถือเป็นไอเดียที่ดูเข้าที่เข้าทางไปเสียหมด..

ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความพิเศษให้กับความรู้สึกของผู้ครอบครอง มี “กิมมิค”เป็นรายละเอียดจุดเล็กๆ ตามส่วนต่างๆของรถ ทั้งสวยงาม แตกต่าง และยังไม่หลุดจากความเป็น Primavera ..
เริ่มจากความพิเศษบนตัวรถที่ชัดเจนที่สุด กับชิลด์บังลมด้านหน้าทรงสั้น ใช้งานได้ดี ไม่สั่นจนเกิดความน่ารำคาญยามขับขี่ใช้งาน , แผ่นเพลทอลูมีเนียมประจำรุ่น “Safari Special Edition” บริเวณคอนโซลหน้า, ตะแกรงสัมภาระด้านหลัง และชุดสี สีเขียวด้าน (Matt Verde Militare) ตัดด้วยขอบคิ้วสีเทาเข้ม (Dust Grey Accent) ยิ่งสะท้อนคาแรคเตอร์ “สปอร์ตพร้อมลุย” ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้เจ้าของ Vespa Primavera S 150 i-Get ABS Safari Special Edition ยังจะได้ชุดของพรีเมี่ยม “Safari Premium Set” เข้าไปเสริมความหล่อกันอีกขั้น อันประกอบไปด้วย หมวกกันน็อคเข้าชุด, กระเป๋าสัมภาระข้างรถ, ถุงมือ, พวงกุญแจหนัง, แผ่นเพลทประจำรุ่น, กล้องมองภาพ 3 มิติ, หน้ากากผ้า และสเปรย์แอลกอฮอล์..


พิเศษ สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อ Vespa ทุกรุ่นจะได้รับ Welcome kit ประกอบด้วย กล่องเหล็ก ซอง พรบ.กันน้ำ สติกเกอร์ Welcome set และ พวงกุญแจ

เมื่อประกอบร่างสิ่งต่างๆที่ได้มาพร้อมตัวรถแล้วทำให้เราได้รถเวสป้าสวยๆในลุค “พร้อมเดินทาง”..บอกเลยว่าแค่ชายตามอง ผมก็อยากจะควบรถออกไปบนถนนเลยล่ะครับ..
สุดท้าย.. แม้การเดินทางของผมครั้งนี้ไม่ใช่การออกไปทดสอบด้วยระยะทางอันยาวไกล หรือไปตั้งแคมป์แบบสุดโต่งตามคอนเซ็ปต์ของรถ… แต่การขี่ใช้งานภายในเมือง
ไปเช็คอินตามจุดต่างๆรวมถึงการมาจบที่ร้านกาแฟสวยๆเข้าธีม ก็ทำให้การทดสอบเจ้า Vespa Primavera S 150 i-Get ABS Safari Special Edition เป็นไปได้อย่างครบรส มีความสุข และได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิมดีเหมือนกัน..
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันคือส่วนผสมของสมรรถนะ ความสวยงาม และความรู้สึกพิเศษในตัวของรถรุ่นนี้ที่ยากจะหารถรุ่นไหนมาเทียบความรู้สึกเหล่านี้ได้
“คุณไม่ได้ซื้อมอเตอร์ไซค์ แต่คุณซื้อเวสป้า..”คงจะเป็นคำพูดที่เหมาะสมที่สุด สำหรับคนที่กำลังพิจารณา หรือสนใจเพิ่มรถรุ่นนี้เอาไว้ในที่จอดรถที่บ้านอีกคัน..
กับ ราคาสุดพิเศษของเวอร์ชั่นพิเศษนี้ที่ 139,900 บาท .. ซึ่งเป็นรุ่น สเปเชียล อิดิชั่น เพียง 550 คันเท่านั้น

