รีวิวฉบับเต็ม Vespa GTS Supertech300 กับ 6 ประเด็นต้องรู้!! ก่อนซื้อ

เรื่อง : HEY JOE
ภาพ : Rasta

…หลังจากปีที่แล้ว VESPA ทำการ “อัพเกรด” สกู๊ตเตอร์ตัวท็อปอย่าง GTS300 ให้น่าใช้ขึ้นไปอีกขั้นกับรหัส Super Tech ซึ่งเติมเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาและตอกย้ำคำว่า HPE ลงไปเพื่อตอบโจทย์ยูซเซอร์ยุคใหม่ที่นอกจากจะต้องล้ำแล้วยังต้องแรงให้เหมาะกันอีกด้วย และในโอกาสที่ “เวสปิอาริโอ” ส่งเดโมมาให้เรานำมาค้นหาสมรรถนะกันเต็มที่ …ผมเลยคิดว่าเอาล่ะ…ที่ผ่านมาชิลๆขี่กินกาแฟกันมาบ่อยแล้ว คราวนี้ขอหวดเต็มแบบ ONE DAY TRIP เพื่อค้นหาตัวตน Vespa GTS300 Supertech ให้ “ถึง” ไปเลย! และท้ายที่สุดก็ได้ 6 ประเด็นต้องรู้!!เกี่ยวกับรถรุ่นนี้มาเล่าสู่กัน…ตามมา!!
1.มิติและการควบคุม เทียบกับเหล่าบิ๊กสกู๊ตเตอร์
เปิดฉากทริปนี้ ผมตั้งใจขี่ “ผ่าเมือง” จาก Motoplex Bangkok มุ่งหน้าฝ่านรกรถติดย่านพระราม 4 ไปแยกศาลาแดง จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำริ แล้วซิ่งทะลุอนุสาวรีย์ชัยฯ ก่อนลากยาวผ่านถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งได้ซอกแซกผ่านรถติดหนักๆสมใจ เจตนาก็เพื่อดู “อาการ” ตอนที่ต้องคอนโทรลรถพิกัด 300 ซีซี.แบบผ่านความลำบากนั้นว่า ไหวมั้ย?! ซึ่งมิติของ GTS300 Supertech ที่มีน้ำหนักตัว 160 กก. กับความสูงเบาะ 790 มม. ช่วงแฮนด์กำลังเหมาะๆ 755 มม. ไปได้สวยกับถนนยากๆแบบนี้ ช่วงรถที่มีฐานล้อไม่ยาวมากก็ทำให้การมุดไปในช่วงต่างๆง่ายกว่าที่คิด ขณะเดียวกัน กำลังเครื่องยนต์ติดมือดีมาก มุดแล้วเปิดคันเร่งส่งรถไปต่อทันใจ ส่วนเรื่อง “บัลเลต์” มีแน่นอนเวลาต้องเตาะแตะผ่านรถจอดติดเบียดเลน เนื่องจากเบาะนั่งจัดว่าสูงอยู่ จุดนี้ผมใช้วิธีขยับสะโพกมาข้างหน้าเพื่อให้การทำแบบนั่นสะดวกขึ้น บอกเลยว่าหากเทียบกับพวกบิ๊กสกู๊ตเตอร์คลาส300ด้วยกัน การควบคุม GTS300 Supertech ก็มีความคล่องตัวกว่าอย่างรู้สึกได้ชัดเจนเลย
2.ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล…เวิร์ค.!??


อย่างที่บอกเสมอ การขี่รถใน กทม.นั้น “เรื่องที่ยาก” ไม่ใช่ความเร็วเพราะปริมาณรถหนาแน่น แต่ยากตรงการเดาจังหวะรถคันหน้าและต้องระวังสุดๆไม่ให้เกิดการชนกันขึ้น ในจุดนี้ออพชั่นสำคัญอย่าง “ระบบเบรก” คือสิ่งที่จะพาให้เราผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเบรกของ GTS300 Supertech ชัดเจนว่า “มาดี” ด้วยดิสค์หน้า-หลัง จานเท่ากัน 220 มม. แต่เบรกหน้าใช้คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลังลูกสูบเดี่ยว พร้อมกับมี ABS แบบ 2 ชาแนล ซึ่งมีโอกาสได้ลองแล้ว ABS ทำงานได้แม่นยำทั้ง หน้า-หลังเลย…ให้ผ่าน!!
3.ฟังก์ชั่นล้ำ จอ TFT เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้!

ฟังก์ชั่นเรื่อง จอ TFT คือ “ธง” แห่งการเปลี่ยนแปลงหลักของ GTS300 Supertech เนื่องจาก มันก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มบิ๊กสกู๊ตเตอร์พิกัด 300 ด้วยการมาพร้อม จอ TFT ขนาด 4.3 นิ้ว และโปรแกรม Vespa MIA ซึ่งผมได้ลองติดตั้ง แอพ Vespa แล้วเชื่อมต่อ Iphone ผ่านทางบรูทูธเข้ากับตัวรถ (ขั้นตอนการทำไม่ยาก แค่ร่วมกับใช้ตัวจอยสติ๊คตรงแฮนด์ฝั่งซ้าย เข้าไป Setting) เมื่อเชื่อมต่อได้แล้ว เราก็จะสามารถมองเห็นสายเข้าผ่านทางหน้าปัดของรถได้เลย และแน่นอนผมทดลองใช้ “ระบบนำทาง” ด้วย อย่างไรก็ตามตัวรถเดโมคันนี้ อาจจะยังต้องอัพเฟิร์มแวร์เพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบ IOS ได้สมบูรณ์กว่านี้ (ส่วนระบบแอนดรอยด์ จนท.ของเวสป้าแจ้งว่าตอบสนองดีกว่ามากๆ)
ส่วนการเลือกฟังก์ชั่นใช้งานในหน้าจอ(10โหมด) ทีเด็ดคือการจำค่าความเร็วท็อปสปีด ซึ่งถ้าเราวิ่งสุดแค่ไหน รถจะจำเอาไว้(แบบพวกรถสปอร์ต) ที่ผมชอบยังมี การดูอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบเรียลไทม์ และช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์เป็น USB Port มาเลย และยังมีระบบล็อคจากระบบกุญแจที่มีรีโมตเพื่อความปลอดภัยของการเปิดปิดเบาะรถและเก๊ะหน้า ส่วนช่องเก็บของใต้เบาะนั้นยังคงอินดี้เพราะใส่หมวกกันน็อคครึ่งใบแบบบ๊อบใบเล็กๆได้ 2 ใบ ถ้าใหญ่กว่านั้น…หมดสิทธิ์
4.กำลังเครื่องยนต์ HPE

แรกทีเดียว อาจจะมีคนบอกก็มันเวสป้า…จะเอาอะไรมากเรื่องความเร็ว…แต่ที่สุดแล้ว เกือบทุกคนที่ได้เจอและทราบว่าผมเอา GTS300 Supertech ไปลอง ก็ถามเหมือนกันหมดว่า เป็นไงบ้างพี่ วิ่งมั้ย!?? เอาล่ะ เครื่องบล็อคนี้ ปริมาตร 278.3 cc. สูบเดี่ยว 4 วาล์ว “ควอดซาร์” ที่พ่วงท้ายคำว่า HPE (Hight Performance Engine) พร้อมตัวเลขม้า 23 ตัว เอาจริงๆหลังจากขี่จนจบทริป ผมพบว่า การพัฒนาเครื่องยนต์ล่าสุดเน้นไปที่รอบ ต้น-กลางให้ติดมือมากกว่าเดิมชัดเจน การเปิดเร่งแซงมาไวสบายๆ ในขณะที่แรงปลาย มีรอรอบเล็กน้อยและที่สุดก็เจออาการ “ตัดรอบ” ที่ความเร็ว 128 กม./ชม ซึ่งการทดสอบนี้ ได้ค่าเท่ากันทั้งการเปิด/ปิด ASR (Anti-Slip Regulation) หรือแทรคชั่นคอนโทรลนั่นแหละ

อย่างไรก็ตามความเร็วที่ได้จาก GTS300 Supertech ผมว่าเท่านั้นก็เพียงพอแล้วต่อการใช้งาน จะขี่เที่ยวก็เอาอยู่…เพิ่มเติมเล็กน้อยสำหรับ “อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง” ผมพบว่า มันทำได้ 30 กม./ลิตร จากการคำนวณจากหัวจ่ายและเลขไมล์บนหน้าปัด ตัวเลขนี้จะว่าประหยัดก็ไม่ใช่ แต่ก็ยอมรับได้เพราะรอบต้นจัดจ้าน
5.ช่วงล่างอัพเกรด…แต่ดีขึ้นจริงมั้ย??



โช้คหน้าคือจุดที่มีการเซ็ทอัพน้ำมันมาใหม่ โช้คแขนเดี่ยวที่ทำงานซับแรงแบบ 2 ทิศทางนี้ ให้อาการซับแรงสะเทือนที่ดีขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลาพลิกรถเร็วๆอย่างตอนที่ผมลองขี่สลาลอม ส่วนในการขี่ช่วงการเดินทางไกลที่มีปัจจัยลบบนผิวถนนมากมาย ยังรู้สึกว่าหน้ากระด้างและไวคล้ายๆตัวเก่า ขณะที่โช้คหลังซึ่งเป็นโช้คคู่ (ปรับสปริงได้ 4 เลเวล) คือตัวที่มาช่วยเก็บอาการบั๊มพ์ได้ดีพอสมควร …ผมมองว่า “อาการ” ช่วงล่างเชื่อมโยงกับการที่ GTS300 Supertech คงความโอลด์สคูลกับ ล้อ 12 นิ้ว….ใครซีเรียสเรื่องช่วงล่างต้องสมูบรณ์แบบก็น่าจะต้องหาอะไรมาอัพเกรดกันต่อไป (อ้อ…ยางติดรถ หน้า 120/70-12 และหลัง 130/70-12 ส่วนตัวก็ยังไม่ค่อยโดนใจนัก)
6. ข้อสังเกต
ชาวเน็ทชอบใช้คำว่า “ข้อเสีย” แต่ความจริงผมอยากคงคำเดิมว่าทุกๆครั้งที่นำรถไปขับขี่รีวิวเรามักเจอ “ข้อสังเกต” มากกว่า เพราะเกือบทั้งหมดที่เจอเองรถไม่ได้เสีย แค่มีจุดให้ต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษ อย่าง Vespa GTS300 Supertech ก็มีอยู่ 2-3 ข้อ เริ่มจาก “พัดลมหม้อน้ำ” ที่ยังคงดังสนั่นเช่นเดียวกับเวอร์ชั่นที่แล้ว

ถัดมาได้แก่ระบบกุญแจ GTS300 Supertech น่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์รุ่นท็อปคันเดียวในท้องตลาด(ของแบรนด์มาตรฐาน) ที่ยังคงใช้กุญแจแบบเสียบรู มาขนาดนี้แล้วควรอัพเป็น “สมาร์ทคีย์” แล้วนะ อีกจุดคือพักเท้าคนซ้อนที่ใช้งานไม่ค่อยสะดวก รวมทั้งกล่องยูบ๊อกซ์ที่ควรเก็บหมวกกันน็อคแนววิทเทจเต็มใบได้แล้ว…

…ท้ายสุดแล้ว…ค่าตัว Vespa GTS300 Supertech อยู่ที่ 229,900 บาท กับสมรรถนะที่ได้ คงต้อง “ถามใจ” ผู้ซื้อ เพราะหากหัวใจมีเวสป้า…ราคาไม่ใช่เรื่องใหญ่!!! ก็เขาบอกว่า Vespa…Not For Everyone!!