
• ระบบเครื่องยนต์
ความจุ 249 ซีซี. สูบเดี่ยว 4 จังหวะ SOHC พื้นฐานเดียวกับโมเดลอื่นๆในคลาสทั้งGixxerและGixxer SF ที่วางจำหน่ายในบ้านเรา.. โดดเด่นที่ระบบระบายความร้อน Suzuki Oil Cooling System (SOCS) จะลำเลียงน้ำมันเครื่องที่เข้าไปหล่อลื่นเครื่องยนต์มาแล้วไปเก็บไว้ในหม้อพักก่อนปล่อยกลับเข้าไปหล่อลื่นใหม่เพื่อลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ..
เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้พละกำลังสูงสุด 26.5 แรงม้าที่ 9,300 รอบแรงบิด 22.2 นิวตันเมตรที่ 7,300 รอบพร้อมหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้เครื่องยนต์ของ Suzuki V-Strom SX ยังได้เทคโนโลยี Suzuki Eco Performance (SEP) ที่ช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันจากการลดน้ำหนัก-ลดแรงเสียดทานในห้องเครื่องลงอีกด้วย

• รูปโฉม
ดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับโฉมของรุ่นพี่ (ก่อนหน้านี้เป็นไฟกลม) ยึดคอนเซปต์ “ความแข็งแกร่งใต้เปลือกเพรียวบาง” แสดงออกมาในคราบรถแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งคลาสเริ่มต้นได้อย่างลงตัวทำให้การขับขี่เดินทางไกลหรืออยากขี่ใช้งานทุกๆวันก็สามารถทำได้สะดวกสบายพร้อมอัพเดตรายละเอียดเล็กน้อย..

ปากนกแบบฉบับ Suzuki V-Strom, ไฟหน้า-ไฟท้าย LED, การ์ดแฮนด์, ชิลด์บังลมทรงสูง, เบาะนั่ง 2 ตอน,ท่อไอเสียออก 2, กันแครงค์ใต้เครื่องและลายกราฟิกสไตล์ซูซูกิที่ให้มาถึง 3 สีเหลือง-ดำ, ส้ม-ดำและดำตัดขอบแดง..
ทั้งนี้ Suzuki V-Strom SX ให้มิติความสูงเบาะอยู่ที่ 835 มม. ความสูงจากพื้นถึงท้องรถ 205 มม. และน้ำหนักตัวเพียง 167 กก. เท่านั้น.. ทำให้มันเป็นมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งคลาสเริ่มต้นที่ควบคุมง่ายพอสมควรแม้กับการขับขี่ในเมืองไม่ต้องกลัวว่าจะเอาขาลงแตะพื้นลำบาก..
• โครงสร้าง
ด้วยความที่ใช้เครื่องยนต์สูบเดี่ยวไซซ์ไม่ใหญ่นักทำให้ไม่ต้องใช้เฟรมบึกบึนเปลืองเนื้อที่เหมือนรุ่นพี่คลาสใหญ่ๆ.. เฟรมของ Suzuki V-Strom SX 250 จึงมีลักษณะเว้าช่วงขาค่อนข้างแคบในขณะที่ยังให้ความแข็งแกร่งเหมือนที่รถทรงแอดเวนเจอร์คลาส 250-300 ซีซี.

ระบบช่วงล่างโช้คอัพหน้าเทเลสโคปิคระยะยุบมากถึง 120 มม. รองรับการกระเทือนได้หลายรูปแบบขี่ลุยดินก็ได้หรือจะเอามาขี่ถนนบ้านเราช่วงทำรถไฟฟ้าก็ได้ (ไม่แน่ใจอันไหนโหดกว่ากันนะ5555) ..
ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวที่ปรับระดับพรีโหลดได้มากถึง “7 ระดับ” ! หาได้ยากในคลาสนี้แถมซูซูกิอินเดียเขาเคลมว่า “เอาไปใช้ได้หลายแบบทั้งขี่เที่ยวคนเดียว, มีคนซ้อนหรือแบกสัมภาระก็ปรับตามการใช้งานได้เลย”
วงล้อหน้า 19 นิ้วและหลัง 17 นิ้วพร้อมชุดยางสไตล์Dual-Purpose ให้ลุยดินได้นิดหน่อยแต่ยังไม่สูญเสียการยึดเกาะบนถนนไปมากนัก..
ส่วนระบบเบรกเป็นแบบ ABS Dual Channel หน้า-หลังเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ทั่วไปครับ..

• เทคโนโลยี
เอาที่เป็น “ฮาร์ดแวร์” ก่อน – หน้าปัดเรือนไมล์ Digital ขนาดใหญ่อ่านง่ายบอกข้อมูลครบถ้วน,ระบบ Suzuki Easy Start แค่จิ้มปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ทีเดียว(ไม่ต้องกดค้าง) ก็สตาร์ทติดทันใจเหมือนในรถยนต์และช่องเสียบ USB พร้อมแสงแบคไลท์สีน้ำเงินนอกจากเสียบชาร์จอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆได้คล่องตัวแล้วยังใช้งานง่ายเวลาอยู่ในที่แสงน้อยด้วย.. ไม่ต้องเสียบผิดเสียบถูกแล้ว!

ส่วนระบบ “ซอฟต์แวร์” ก็มี “Suzuki Ride Connect” ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธเพื่อแสดงผลข้อมูลต่างๆบนหน้าปัดได้! นอกจากแจ้งเตือนสายโทรเข้า-ออก, ข้อความ,ปริมาณแบตเตอรี่โทรศัพท์หรือแสดงสถานที่จอดล่าสุดแล้วยังมีความสามารถพิเศษ

“ระบบนำทางแบบ Turn-by-Turn”หรือโค้งต่อโค้งช่วยบอกทิศทางที่ต้องการไปได้อย่างแม่นยำบนหน้าปัด (แสดงผลเป็นลูกศรบอกทิศทาง)
“ระบบแจ้งเตือนความเร็วเกินกำหนด”เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางรวมถึงลดจำนวนใบสั่งด้วย (อิอิ)
“ระบบแจ้งเตือนเวลาที่จะเดินทางถึงจุดหมาย”ช่วยให้เราคำนวณเวลาและเลือกเส้นทางที่เหมาะสมขณะขับขี่ได้ดีเช่นกัน..
สุดท้าย.. ราคาจำหน่ายที่อินเดีย ..211,600 รูปีหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 94,xxxบาท.. นำมาบวกลบกำไร-ภาษีน่าจะราวแสนกลาง-ปลายๆบวกลบนิดหน่อย.. แต่ออพชั่นก็เยอะ+ดีไซน์สวยเร้าใจพอไหม? ซูซูกิจะทำมาขายไทยมั้ยนะ? ตลาดทัวร์ริ่งคลาสเริ่มต้นบ้านเราก็ถือว่าฮอตฮิตอยู่นะ!


