YAMAHA R9 2025 ซูเปอร์สปอร์ตคันใหม่จากค่ายส้อมเสียง
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์งามยามดีเปิดตัวกันสักทีกับเจ้า Yamaha R9 2025 หรือ YZF-R9 ซูเปอร์สปอร์ตไบค์คันใหม่ที่จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับสาวกสปอร์ตไบค์ค่ายส้อมเสียงชาวยุโรป หลังที่ก่อนหน้านี้ R1 2025 ไม่ได้ไปต่อในยุโรป อันเป็นผลมาจากมาตรฐาน Euro5+ อันเข้มงวด จนทางยุโรปต้องหันมาขายรถสนามแทน และเจ้าซูเปอร์สปอร์ตสามสูงเรียงแบบครอสเพลนฯ คันนี้แหละน่าจะเป็นคำตอบจากยามาฮ่าถึงแฟน ๆ ชาวยุโรป
รูปโฉมภายนอกนั้นได้สีสันลวดลายกราฟิกและวิงก์เล็ตมาในสไตล์เดียวกันกับ R1 แต่ทว่ามีไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ดวงเดียวอยู่ตรงกลางเหมือนกับ R7 ที่เกิดมาในตระกูล R-Series เช่นเดียวกัน
ตัวถังน้ำมันดีไซน์รูปทรงมาใหม่แม้ว่าจะคล้ายกับ MT-09 ทว่าเส้นสายนั้นเฉียบคมตามแบบสปอร์ตไบค์มากกว่า แต่มีครอบถังน้ำมันส่วนหน้าที่เป็นเหมือนเหงือกของปลาฉลามแบบเดียวกันกับที่มีใน MT-09 ซึ่งจริง ๆ แล้วก็มีหลาย ๆ ส่วนที่คล้ายกันเนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน กระนั้นแล้วก็ยังมีหลาย ๆ ส่วนที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่จับชีเปลือยมาใส่เสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว
ตัวรถเลือกใช้แฮนด์แบบคลิปออนหรือแฮนด์จับโช้คตามแบบอย่างของรถสปอร์ต และปรับตำแหน่งพักเท้า รวมถึงมิติตัวรถอีกเล็กน้อยเพื่อให้มีท่านั่งขับขี่ในสไตล์สปอร์ตสมกับประเภทของรถ
สำหรับขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่อง CP3 ที่ใช้ใน MT-09 ซึ่งเป็นเครื่อง 3 สูบเรียงแบบครอสเพลนแคร็งชาฟต์ ขนาด 890 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ที่ได้ผ่านมาตรฐาน Euro5+ แล้ว สั่งงานได้ดั่งใจด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า ใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์
แม้ว่าจะเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ก็ได้มีการปรับจูนทั้งอัตราทด การจุดระเบิด และการจ่ายน้ำมันให้มีลักษณะคาแรกเตอร์ของกำลังแรงม้าและแรงบิดที่แตกต่างไปจากเดิม ให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ที่เป็นสปอร์ตมากกว่า โดยเคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 119 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 93 นิวตันเมตร ที่ 7000 รอบต่อนาที
ช่วงล่างนั้นก็จะใช้เฟรมแบบอลูมิเนียมเดลต้าบ็อกซ์ ที่มีการปรับดีไซน์เฉพาะให้ R9 ให้มีความแข็งแรงขณะเดียวกันก็มีความเบาที่สุดในรถซูเปอร์สปอร์ตของทางค่าย
ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะมีโช้คหัวกลับจาก KYB ที่สามารถปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ ขณะที่ด้านหลังจะมีโช้คเดี่ยวพร้อม KYB ที่สามารถปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ พร้อมรีโมตสำหรับปรับเซ็ตโช้คได้สะดวก
ขณะที่ระบบเบรกด้านหน้าก็จะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบทำงานร่วมกับปั๊มบน Brembo อีกด้วย ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรก ลูกสูบเดี่ยว ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียม 5 ก้านรัดด้วยยาง Battlax Hypersport RS11 ขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 หน้าหลังตามลำดับ
ทีนี้ในเรื่องของเทคโนโลยีก็จัดว่าอยู่ในแนวหน้าเช่นเดียวกับ MT-09 โดยจะมีระบบ IMU หรือหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกนที่ช่วยให้ระบบที่ช่วยเหลือการขับขี่ทำงานได้ดีขึ้น โดยจะทีทั้งระบบแทรคชันคอนโทรล 3 ระดับ ระบบควบคุมการสไลด์ ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อหน้า ระบบควบคุมเบรก ระบบป้องกันล้อหลังสลิป ระบบช่วยออกตัว ควิกชิฟเตอร์และครูซคอนโทรล
ยังโหมดการขับขี่หลากหลายทั้งยังสามารถปรับแต่งได้เอง โดยสามารถใช้งานผ่านหน้าจอสี TFT ที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและใช้งานระบบนำทางได้อีกด้วย
เรื่องของการจำหน่ายนั้นน่าจะมาจำหน่ายในไทยอย่างแน่นอน แต่ราคาก็จะต้องเพิ่มขึ้นไปจาก MT-09 ซึ่งอาจจะกระโดดมาที่หลัก 5 แสนต้น ๆ อย่างแน่นอนครับ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่















