รีวิว เต็มทริป Yamaha Tracer 9GT 2023 สปอร์ต “ทัวร์ซิ่ง” ตัวท็อป CP3

เรื่อง : 13pM
ภาพ : Mike MTx

…มอเตอร์ไซค์สไตล์ทัวร์ริ่งสายเดินทาง เป็นบิ๊กไบค์ที่ “ขายดีสุด” ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และนี่คือ Yamaha Tracer 9GT 2023 สปอร์ต “ทัวร์ซิ่ง” ตัวท็อป CP3 ทางเลือกตรงสายเดินทางอีกรุ่นที่หลายคนเรียกร้องมาว่าอยากให้เราจัด “เต็มทริป” บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-ลพบุรี

การควบคุม
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากว่ามอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากแฟลทฟอร์มโครงสร้างที่ต้องใช้ร่วมกับรุ่นอื่น กล่าวคือ Tracer 9GT 2023 คันนี้ใช้เมนเฟรมเดลต้าบ๊อกซ์ร่วมกันกับ MT-09 และ XSR900 เพียงแต่ปรับ “มิติ” ให้รองรับการขับขี่ทางไกลได้อย่างเต็มตัวนั่นเอง

ดังนั้นทริปนี้ผมจึงตั้งใจจับอาการของรถคันนี้ ที่ให้แฮนด์กว้าง 885 มม. ความสูงของเบาะนั่ง 825 มม.(ปรับได้ 2 ระดับ) ขณะที่ความสูงรถ 1470 มม. พร้อมน้ำหนักตัว 220 กก. พบว่านี่เป็นบิ๊กไบค์คลาส 900 ที่คุมไม่ยากเลยครับ สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากคุณสมบัติสุดยอดของเมนเฟรมเดลต้าบ๊อกซ์ที่บาล๊านซ์ดีเยี่ยมและการดีไซน์ในทุกๆจุดอย่างฉมังของยามาฮ่า ทำให้คนร่างเล็กๆก็ขี่ Tracer9 GT ได้ง่ายกว่าที่คิด การไปกับรถมีความคล่องตัวทั้งช่วงการเดินทางออกจากเมืองและช่วงการวิ่งไฮเวย์ทางไกล รวมไปถึงหากเจอสภาพทางแย่ๆ ก็สามารถพารถโยกหลบได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีเสียอาการ

จะสังเกตว่าตำแหน่งการขี่รถ Tracer 9GT ไม่ได้หลังตรงซะทีเดียว เนื่องจากแฮนด์อยู่ต่ำลงไปเล็กน้อย การนั่งบนเบาะที่ออกแบบให้แบนและกว้างครับ เบาะคนซ้อนก็ลักษณะแบบกว้างเช่นกัน (เสริมอีกนิดถ้าเป็นรถส่วนตัวผมคงใส่ยกเยื้อง ให้แฮนด์เข้ามาใกล้ตัวอีกหน่อยก็จะเป็นตำแหน่งที่จับแฮนด์ได้ถนัดสุด)

ขุมพลัง CP3
หัวใจขุมพลังของ Tracer 9GT คือ CP3 890 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน้ำ เรื่องนี้ไม่ต้องพูดกันเยอะ เพราะชื่อเสียง 3 สูบเรียง ข้อเหวี่ยง Cross Plan ของ Yamaha โดดเด่นในด้านทรงพลังและจัดจ้านด้วยแรงม้า 119 ตัวอยู่แล้ว ดังนั้น Tracer 9GT จึงให้ฟีลลิ่งที่ตอกย้ำในจุดนี้ว่ามันแตกต่างจากรถทัวร์ริ่งทั่วไป เพราะผมสามารถเรียกความเร็วระดับ 200 กม./ชม. ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องรอรอบให้เสียเวลา

ขณะที่ระบบเกียร์ 6 สปีด รู้สึกว่าเกียร์ 5-6 นั้นมีระยะค่อนข้างกว้างกว่า 2 รุ่นร่วมไลน์ ช่วงขี่ออนโรดยาวๆสระบุรี-ลพบุรี เลือกใช้เกียร์ 5-6 ประคองได้สบายๆครับ ที่สำคัญTracer 9GT คันนี้มี QSS ควิกชิพ 2 ทาง ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเพิ่มความสะดวกรองรับการเชนจ์เกียร์รถรอบจัดแบบนี้ให้ง่ายดายมากขึ้น

ช่วงที่เดินทาง หนึ่งในออพชันที่ผมได้ลองใช้เพื่อช่วยให้การขี่ออนโรดยาวๆได้สบายขึ้นคือ ครูซคอนโทรล ซึ่งสามารถเลือกเซ็ตติ้งบนฝั่งแฮนด์ซ้ายและเลือกความเร็วที่ต้องการได้ทันทีโดยปุ่ม + Res และ Set จะเลิกใช้ก็แค่แตะเบรก ไม่ต้องเข้าเมนูอะไรให้วุ่นวาย ตรงนี้อยากบอกว่าชอบที่ยามาฮ่าออกแบบให้เกิดความสะดวกต่อผู้ขับขี่

ส่วนเรื่องอัตราสิ้นเปลือง ทริปนี้ผมทำได้ 19 กม./ลิตร (ถังเชื้อเพลิง 18.7 ลิตร) ถือว่าเป็นอัตราการใช้น้ำมันที่รับได้ครับ สำหรับเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 119 ม้าแบบนี้

อิเล็กทรอนิกส์ จาก R1M

ในบรรดาพี่น้อง CP3 ซึ่งผมได้ลองครบทั้ง 3 รุ่น เป็น Tracer 9GT นี่เองที่ให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มาเต็มที่สุด(ใช้แบบเดียวกับ R1M) IMU 6 แกน เป็นต้นทางเชื่อมโยงกับ ระบบเพื่อความปลอดภัยครบครัน
-Traction Control System (TCS) (เลือกได้ 3 เซ็ตติ้ง)
-Slide Control System (SCS)
-Front wheel LIFt Control System
-Brake Control system (BC)
โดยระบบตัวช่วยทั้งหมดนี้ เข้าไปปรับแต่งเซ็ตติ้งเองได้อีกใน Menu
ส่วน Drive Mode ให้มา 4 โหมด ไล่เรียงความแรงมากไปน้อยจาก 1-2-3-4 ซึ่งในทริปนี้ลองใช้ครบทุกแบบ และผมชอบโหมด 1-2 มากสุดเพราะกำลังเหมาะมือ

โช้คไฟฟ้า KYB แบบ semi-active

แน่นอนว่าผมคาดหวังกับระบบกันสะเทือนแบบอิเล็กทรอนิกส์ KYB แบบ semi-active ควบคุมโดย IMU และ ECU หกแกน ซึ่งสั่งงานชุดไฮดรอลิก (HU) และชุดควบคุมช่วงล่าง (SCU) โดยสามารถเลือกได้เป็น A1-A2 แข็งและนุ่มนวลต่างกัน จากความรู้สึกที่ใช้งานเต็มทริป ผมรู้สึกว่าอาการของช่วงล่าง(แม้จะปรับแล้ว)นุ่มมากจนรู้สึกถึงอาการโยนเมื่อเข้าโค้งไฮสปีด ส่วนการใช้ขี่ทางตรงและผ่านทางแย่ๆช่วงสระบุรี ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานครับ ในจุดนี้ถ้าโช้คไฟฟ้าสามารถเลือกเลเวลได้สัก 3-5 เลเวล น่าจะลงตัวกว่า

เบรกดี ยางยอดเยี่ยม

เส้นทางที่ใช้ เราเจตนาเลือกมาเพื่อให้จับอาการของออพชันให้ได้ครบถ้วน ดังนั้นการขี่ช่วงทางโค้งหลากหลายแบบ ทั้งโค้งกว้างไฮสปีดและโค้งแคบๆพลิกเลี้ยวเร็วรอบๆอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก คือโจทย์ที่ได้คำตอบว่า นอกจากการทรงตัวที่ดี เลี้ยวง่าย เข้าโค้งดี ยาง BridgeStone Sport Touring T32 ที่ติดรถมายังเป็นหนึ่งในออพชันที่เวิร์คมากๆ ส่วนระบบเบรกดิสก์หน้าคู่กับแม่ปั๊ม NISSIN ทั้งระบบ มีตัวช่วยอย่าง Brake Control ก็ทำให้เพิ่มความมั่นใจได้เต็มที่กับการใช้งานเบรก

ฟังก์ชัน

Tracer 9GT ไม่ได้แค่โดดเด่นในด้านดีไซน์บอดี้ แต่ยามาฮ่ายังดีไซน์จอ TFT ให้เป็นแบบ 2 จอ แบบเท่ๆอีกด้วย จอชุดนี้แยกส่วนการแสดงผลไว้จากกันอย่างชัดเจน จอซ้ายแสดงวัดรอบ วัดความเร็ว โหมดต่างๆ โหมดช่วงล่างและ TC ส่วนจอขวาไว้ดูอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทั้งแบบเรียลไทม์และเฉลี่ย รวมทั้งบอกสถานะครูซคอนโทรล ตัววินชิลด์ปรับระดับได้แบบแมนวล(อยากฝากยามาฮ่าให้ทำการบ้านเรื่องปรับชิลด์ง่ายกว่านี้หน่อย ระบบไฟส่องสว่างไฟหน้า LED โปรเจกเตอร์ แยกติดตั้งไฟสูง-ต่ำไว้คนละโพสิชั่น ผมลองใช้ช่วงกลางคืน พบว่าไฟชุดนี้ให้ความสว่างกระจายออกกว้างและชัดโดยไม่ต้องใส่ชุดสปอร์ตไลท์เลยก็ยังได้ แถมไฟยังเป็นแบบ cornering lights ส่องโค้งชัดๆไม่ต้องลุ้น สุดท้ายคือ ยามาฮ่ามีชุดกล่องแข็งตรงรุ่นให้เลือกใช้ โดยมีจุดติดตั้งอยู่บริเวณบาร์ท้ายของเบาะ

…ออพชันแน่นๆ เครื่องดี ขี่แล้วมีคาแรคเตอร์ชัดแบบนี้ ราคาจำหน่าย Tracer 9GT เวอร์ชั่น 2023 เพียง 569,000 บาท สำหรับสายเดินทางที่ชื่นชอบฟีลลิ่งสปอร์ตเต็มเม็ดเต็มหน่วย…ผมว่ารถคันนี้เหมาะกับคุณ!!