4 ประเด็นร้อน “Yamaha XSR155” สปอร์ตเฮอริเทจน้องเล็ก..ลงตัวกว่าที่คิด
เรื่อง: GUN1000R / ภาพ: TANThammachat

การได้กลับมาทดสอบขับขี่แบบเต็มทริปอีกครั้งหลังจากเคยได้ขับขี่ไปเมื่อวันเปิดตัว ทำให้ผมมีประเด็นมาเล่าให้เพื่อนๆฟังหลายอย่างเกี่ยวกับรถที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวคันนี้ หากเพียงอ่านแต่โบรชัวร์หรือตารางสเป็กก็จะเกิดความรู้สึกว่า ..มันคุ้มค่าตัว 91,500 บาท ไหมนะ??.. แม้ว่าจะเป็นไลน์อัพน้องเล็กสุดสำหรับสาย Sport Heritage จากทางยามาฮ่า แต่ก็ต้องเรียนตามตรงว่า “มองข้ามไม่ได้” ครับ
1. เครื่องยนต์ 155 ซีซี. “VVA”

จุดเด่นที่ทำให้ XSR155 และรถจักรยานยนต์ในคลาส 155 ซีซี. รุ่นอื่นๆจากทางยามาฮ่านั้นแตกต่างจากคู่แข่ง ..และทำได้เฉียบขาด.. คือเครื่องยนต์สูบเดี่ยว 155 ซีซี. พร้อมระบบวาล์วแปรผัน หรือ VVA เนี่ยแหละ เพราะมันคือสัมผัสแห่งความแรง พละกำลัง และความสนุก ที่เข้ามาเติมให้กับเครื่องยนต์น้องเล็กประจำบ้าน..

จากเดิมที่เราลังเลว่าจะเลือกรถ 300 ซีซี. หรือ 155 ซีซี. ดีนะ? เพราะเรื่องของ “ความแรงปลาย” ที่มักหายไปจากรถสูบ(เล็ก)เดี่ยวอยู่เสมอเมื่อต้องเดินทางไปบนถนนยาวๆ บวกกับความรู้สึก “เค้น” เครื่องยนต์มากจนเกินไป แต่เมื่อมีระบบ VVA เข้ามาช่วยเหลือ ช่วยปล่อยน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องจุดระเบิดได้มากขึ้น ความแรงก็มีมากขึ้นตามไปด้วย.. ทำให้ตั้งแต่ราวๆ 6,700 – 6,800 รอบ ที่วาล์ว VVA ทำงาน เราจึงได้สัมผัสกับพละกำลัง “ก๊อกสอง” อีกครั้ง
ดังนั้นไรเดอร์จึงไว้วางใจได้เมื่อเห็นรหัส “155” อยู่ด้านหลังของไลน์อัพใดก็ตาม ซึ่งจะทำหน้าที่ได้ดีทั้งในการใช้งานแบบ City Use บิดๆ เบรกๆ หรือ Highway Use บิดทางไกลๆ ..ซึ่ง Yamaha XSR155 ที่มาในโฉมของ Sport Heritage แล้วได้เครื่องยนต์มันๆแบบนี้เข้าไปอีก “นี่จึงเป็นอีกโมเดลคลาสน้องเล็กที่เปี่ยมสมรรถนะ ต่างจากเพื่อนๆหน้าตาย้อนยุคคันอื่นในตลาดแน่นอน”..
2. ช่วงล่าง “นิ่ง” ไว้ใจได้

เริ่มที่กันสะเทือนหน้าแบบเทเลสโคปิกหัวกลับขนาดใหญ่ ทำงานร่วมกับโช้คอัพหลัง Link-Type Monoshockสามารถรองรับแรงสะเทือนของการใช้งานทั่วๆไปได้อย่างอยู่มือ ส่วนตัวคิดว่าถูกเซ็ตอัพและติดตั้งมาให้มีความสามารถรอบด้านมากกว่าการนำไปขับขี่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นสายคัสตอมที่ต้องการนำไปแต่งสไตล์คาเฟ่เรซเซอร์สแครมเบลอร์ หรือสไตล์อื่นๆก็ต้องคำนึงถึงตรงนี้ด้วย

แต่จากที่เคยลองขี่ในสนามแข่งแล้วขอบอกว่าระบบกันสะเทือนของ XSR155 นั้นมีคาแรคเตอร์ที่เป็นมิตร ไม่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็ว เบรกหนักๆ พับโค้งแรงๆเสียเท่าไร แต่ถ้าเอาไปขับขี่ทั่วๆไปแล้วล่ะก็ “สบายๆ”
ส่วนระบบเบรกได้จานดิสก์เดี่ยวหน้าหลัง ไล่น้ำหนักเบรกกำลังดี ถือว่าอยู่มือ.. เป็นลูกเล่นที่ยามาฮ่าเลือกใส่มาให้ โดยการปรับตั้งค่าให้พอดีกับการใช้งานเช่นเดียวกับระบบกันสะเทือนที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ ..ถามว่ามันให้พลังหยุดที่ดีไหม? ก็ต้องตอบว่าดีมาก ..แต่กับลักษณะการขับขี่ด้วยความเร็วและแรงของเครื่องยนต์ VVA ที่ได้มานั้น ผมคิดว่าถ้ามี ABS ติดเอาไว้ด้วยก็จะเพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถได้อีกมากโข
ต่อกันที่ยางเดิมติดรถแบบ Dual-Purpose.. สามารถนำไปลงสนามขำๆได้ หรือเอาไปลุยทางดินก็ทำได้ “ในระดับหนึ่ง” อย่างที่บอกว่าหากต้องการคัสตอมให้ไปทางใดทางหนึ่งแล้วก็คงต้องหาอะไหล่แบบเฉพาะทาง ส่วนใครที่เบื่อง่าย บางวันอยากขี่สบายๆ บางวันอยากเอาไปลุยดิน ..ยางเดิมๆชุดนี้สามารถพาคุณไปได้ครับ
3. มิติการขับขี่ “เข้าถึงง่าย”

น่าจะเป็นท่านั่งที่สบายตัวที่สุดในคลาส 155 ซีซี. หากไม่รวมไลน์อัพออโตเมติกแล้วล่ะก็.. นอกจากจะได้ท่านั่งแบบ Upright ในสไตล์รถเน็กเก็ตแล้ว ยังมีความสบายมากขึ้นต่างจากพี่น้อง MT-15 ที่มีท่านั่งค่อนไปทาง “Aggressive” มากกว่า
สำหรับ XSR155 นั้น ได้แฮนเดิลบาร์ทรงสูง และกว้างติดรถมา ทำให้การขับขี่และพลิกเลี้ยวรถค่อนข้างทำได้ง่ายกว่าทุกไลน์อัพ 155 ซีซี. ของยามาฮ่า การขับขี่ภายในเมืองและในถนนหนทางเรียกความมั่นใจได้ง่ายกว่า รวมถึงตำแหน่งเบาะนั่งที่สูงจากพื้น 810 มม. พร้อมตำแหน่งถังน้ำมันทรงหยดน้ำที่ทำเว้าช่วงเข่าหนีบถังเอาไว้ได้อย่างลงตัวกับไซส์ผู้ขับขี่ชาวเอเชีย ยังทำให้การหนีบถังน้ำมันนั้นสามารถทำได้ง่าย จะทำความเร็ว หรือควบคุมรถยิ่งคล่องตัวเข้าไปใหญ่

นอกจากนี้เบาะนั่งตอนเดี่ยวสไตล์คลาสสิกให้ติดรถมาจากโรงงาน ความนุ่มกำลังพอเหมาะพอเจาะกับการใช้งานทั่วๆไป อาจจะเมื่อยไปสักนิดสำหนับการออกทริป แต่ความสวยงามถือว่าทำได้ดี แทบไม่ต้องไปรออะไหล่แต่งเพิ่มให้เมื่อยตุ้ม!
4. คัสตอมได้

อย่างที่บอกไปว่าเป็นน้องเล็กประจำไลน์อัพ Sport Heritage ..แม้ความแรงอาจจะเทียบเท่าพี่ๆ 700 และ 900 ซีซี. ไม่ได้ แต่บอกเลยว่างานนี้ “แต่งมันส์”
เพราะรถคลาสเล็ก ราคาอะไหล่ก็ถูกตามกัน แถมไม่จำเป็นต้องใช้อะไหล่แต่ง Top Shelf

แบรนด์ญี่ปุ่นก็ได้ การแต่งแต้มสีสันออกมาในสไตล์ของผู้ครอบครองดูจะเป็นทางที่ใช่มากกว่าสำหรับผืนผ้าใบอันกว้างขวางนี้ ที่พร้อมให้ผู้ขับขี่ละเลงความเป็นตัวตนของตัวเองลงไป แม้ว่า XSR155 จะให้ชุดสีเดิมๆมามากถึง 4 สีสัน ดำ, เทาเข้ม, เทา และ ขาว-แดง 80s แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ให้เราหยิบอะไหล่นู่นนี่มาใส่ไปตามสไตล์การใช้งาน ..ใครที่นึกไม่ออกก็ลองเอาคำว่า “XSR Custom” ไปเสิร์ชหาในแอปฯ Pinterestดู แล้วจะรู้ว่าโลกแห่ง Sport Heritage นี่กว้างขวางดีจริงๆ!
อีกจุดหนึ่งที่อยากจะแนะนำว่า ไม่ต้องไปเปลี่ยนมันหรอก.. คือ “หน้าปัดเรือนไมล์” ที่ให้มาเป็นทรงกลม แสดงผลแบบ Full Digital แสดงผลข้อมูลได้อย่างครบถ้วน และไม่น่าจะหาอะไหล่ After Market ได้ดีเท่านี้ ทั้งตัวเลขตำแหน่งเกียร์, มาตรวัดความเร็ว, รอบเครื่องยนต์, ระยะทางรวม, จับทริป1-2, อัตราเฉลี่ยการสิ้นเปลืองน้ำมัน, อัตราการใช้งานน้ำมันแบบ Real-Time,ความเร็วเฉลี่ย และนาฬิกาบอกเวลา.. เว้นเสียแต่ว่าคุณเป็นคนชอบความคลาสสิกจริงๆและอยากเห็นทุกอย่างเป็นเข็มอนาล็อคล่ะก็นะ..

ดังนั้น Yamaha XSR155 จึงเป็นรถ Sport Heritage ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้ออกแบบมาเอาใจใคร แต่จะถูกใจกับคนที่ใช่เท่านั้น มาตรฐานการผลิตไว้ใจได้ แทบไม่ต้องไปวุ่นวายกับเรื่องอะไหล่จุกจิก อย่างที่รถในสไตล์นี้หลายๆค่ายมักพบเจอมาพร้อมกับเทคโนโลยีและสมรรถนะ ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ..เป็นรถที่ลงตัว “ขี่สนุก” ตามฉบับรถจักรยานยนต์ 155 ซีซี. VVA ของยามาฮ่า..ภายใต้ราคาเพียง 91,500 บาท เท่านั้น

