เป็นโมเดลที่เพิ่งได้รับการ “All-New” ไปเมื่อปีที่แล้ว และได้รับคำชื่นชมมากมาย ทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และท่านั่งขับขี่ที่เข้าท่ากว่าเดิม ซึ่งในเวอร์ชั่น 2019 ก็ได้สตาร์ทไฟฟ้า สเตอร์หลังใหญ่ขึ้น 1 ซี่ (49 ซี่) ล้อหน้าหลังที่ทำงานประสานกันดีกว่าเดิม และปรับปรุงค่า Compression ของโช้คอัพหน้าให้แข็งขึ้น ..แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของการเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ แถมเพิ่มเติมความสามารถในการปรับแต่งรถให้หลากหลายด้วย “Yamaha Power Tuner app”
ทั้งหมดทั้งมวลจึงได้รถทรงโมโตครอสที่มีช่วงล่าง “สุดสบาย” ที่สุดใน 6 รุ่น พร้อมกับความ “เสถียร” และควบคุมง่ายของรถใน ระดับต้นๆ เครื่องยนต์ – 449 ซีซี. DOHC พร้อมระบบสตาร์ทไฟฟ้า เพื่อลดอาการกระชากและเสียแรงม้าโดยใช่เหตุ ผลการทดสอบบนเครื่อง Dyno ได้ตัวเลขแรงม้าอยู่ที่ 50.09 แรงม้า ที่ 9,650 รอบ และ 41.73 นิวตันเมตรที่ 7,510 รอบ

ส่วนสมรรถนะบนสนามแข่งนั้น เจ้า YZ450F โชว์ศักยภาพได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยพลังแบบเหลือๆในรอบต่ำ และยังรักษากำลังไว้ได้ต่อในช่วงรอบกลาง ไปจนถึงรอบสูงที่ให้ความคงที่ไม่หวือหวา สเตอร์หลังที่ปรับเพิ่มมา 1 ซี่ ทำให้การคุมรถออกโค้งทำได้ดีแต่รอบอาจจะวิ่งหมดไวไปหน่อย..

ด้านแอพลิเคชั่น Power Tuner ก็มีการปรับตั้งค่ารถในรูปแบบต่างๆมาให้ สามารถปรับรายละเอียดต่างๆได้ง่ายๆ เลือกปรับแรงบิด การจ่ายน้ำมัน และการทำงานเครื่องยนต์ เพียงจิ้มไปมาที่หน้าจอโทรศัพท์แล้วอัพโหลดการตั้งค่าเข้าสู่รถด้วย Onboard Wi-Fi (ไฮเทคมากจ้า)

การทำงานของก้านคลัทช์ค่อนข้าง “กระทันหัน” คือมีระยะไล่น้ำหนักน้อยมาก แต่การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ขึ้นลงนั้นทำได้ง่ายดาย แค่กำคลัทช์เข้าไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ช่วงล่าง – YZ450F คงเป็นรถญี่ปุ่นเพียงค่ายเดียวที่มั่นคงต่อการเลือกใช้โช้คอัพแบบสปริงแท้ๆ แม้ก่อนหน้านี้เพื่อนๆค่ายอื่นจะหันไปใช้โช้คอัพแก๊สสักระยะก่อนกลับมาใช้สปริงเหมือนเดิม ทำให้การพัฒนาโช้คอัพของยามาฮ่าค่อนข้างได้เปรียบกว่าค่ายอื่นๆ นั่นทำให้ ยามาฮ่ามีชื่อเสียงในเรื่อง ตะเกียบโช้คของ KYB Speed Sensitive System (SSS) และโช้คอัพจาก KYB แถมโมเดล 2019 ยังแอบตั้งค่า Compression มาให้ “หนึบ” กว่าเดิมด้วย
โครงสร้าง/การควบคุม – ยามาฮ่าออกแบบให้รถรุ่นนี้มีระบบ กันสะเทือนหน้าที่หนึบมากขึ้นเพื่อเพิ่มแทรคชั่นให้กับพื้นที่ส่วนหน้าของตัวรถ เบาะนั่งที่แข็งมากขึ้น 16% อีกทั้งน้ำหนักโดยรวมเพียง 112.5 กิโลกรัม เบากว่าคู่แข่ง CRF450R และ Suzuki RM-Z450 ราว 0.9 กิโลกรัม

เจ้า YZ450F เป็นรถที่สเถียร ควบคุมง่าย สามารถสนับสนุนนักบิดให้ก้าวผ่านสถานการณ์โหดหินได้ง่ายดายมากขึ้น ซึ่งการที่ได้สมรรถนะข้างต้นมานั้นก็ต้องแลกกับการควบคุมที่ “หนัก” และการ สูญเสียความนิ่มนวลของรถไปบ้าง
อย่างไรก็ตามจากการปรับปรุงช่วงหน้า และเฟรมที่ได้รับการออกแบบใหม่ในโมเดลปัจจุบันที่ให้ตำแหน่งเครื่องยนต์เยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย ทำให้ YZ450F ทำหน้าที่ในโค้งได้ดีเยี่ยม แทรคชั่นมากมายด้านหน้ารถทำให้สามารถเปิดคันเร่งออกจากโค้งได้เร็วขึ้นเนื่องจากใช้ล้อหลังเลี้ยวมากกว่านั่นเอง


สรุป – เครื่องยนต์สุดเทพในย่านต้น-กลาง ระบบช่วงล่างหนึบหนับ ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่เสถียร และเทคโนโลยีการปรับตั้งค่ารถอย่างง่ายๆด้วย Power Tuner App กับ Onboard Wi-Fi ..ซึ่งต้องแลกกับความรู้สึก “หนัก” ในการควบคุม และท่านั่งขับขี่ที่ไม่เข้ามือสักเท่าไร
[envira-gallery id=”1672″]

