
เปิดตัวปรับโฉมให้เข้ากับเพื่อนๆในตระกูล R-Series ตั้งแต่ต้นปี 2019 หลายๆคนจึงไม่ได้ “ว้าว” กับการปรับครั้งนี้ ประเด็นสำคัญคือ Yamaha YZF-R3 ไม่ได้ให้ออพชั่น“หวือหวา” แบบที่เขาให้กัน จากที่มีโอกาสขับขี่อยู่หลายครั้งหลายครา ทั้งบนถนน พื้นแทร็ค หรือเอาไปออกทริปก็ตามกลับรู้สึกว่า “จริงๆ YZF-R3 ลงตัวมากๆอยู่แล้วนะ” ลองดูประเด็นที่น่าสนใจของสปอร์ตไบค์ Entry Class กันหน่อยว่าทำไมถึงกลมกล่อม แล้วออพชั่นหวือหวา(?) นั้นจำเป็นไหม??

1. เครื่องยนต์
321 ซีซี. 2 สูบเรียง เคียงคู่คลาสเริ่มต้นมานานกับความ “แรงที่สุด” ประจำคลาสไม่เกิน 400 ซีซี. แรงม้าได้มา 42 ตัว เครื่องยนต์ที่ให้เรดไลน์มาสูงถึง 12,500 รอบ.. ถ้าให้นับเรื่องความรู้สึกในการบิดแล้วล่ะก็ R3 ไม่ทำให้ผู้ขับขี่ผิดหวังอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะใครที่หลงรักความสปอร์ต มองไว้ว่าอนาคตจะมีรถคลาสใหญ่กว่านี้จอดประดับบ้านแน่ๆ R3 นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ..เพราะคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของรถสปอร์ตส่วนใหญ่คือการได้เค้นรอบเครื่องยนต์ไปแตะที่จุดเกิน 10,000 รอบ เพื่อแรงม้าเต็มจำนวนและเสียงคำรามที่หวานเกินห้ามใจ

ที่สำคัญคือ Yamaha YZF-R3 เป็นรถที่บิดลากรอบ “ในเมือง” ได้สนุกสนานโดยไม่ต้องนำตัวเองไปเสี่ยงอันตรายจากความเร็วและอัตราเร่งที่สูงเกินควบคุม.. ลองจินตนาการถึงการลากรอบ 10,000+ ไปในเมืองดูสิ ภาพของอุบัติเหตุน่ากลัวๆลอยตามมาอยู่ในหัวแน่นอน
2. อัพเดต
แม้ว่าโฉมปี 2019 นี้หลายคนอาจเรียกว่าเป็นการไมเนอร์เชนจ์ ด้วยความที่มีการปรับเปลี่ยน(อย่างชัดเจน) ที่แฟริ่งด้านหน้าของตัวรถเท่านั้น ต้องอธิบายให้เข้าใจในจุดนี้ว่า จุดประสงค์ของรถคันนี้คือการเน้นขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มที่อยากได้รถแรงหน่อย เอาไว้ขี่ไปทำงานหรือไปเรียน โดยมีภาพลักษณ์รถสปอร์ตเท่ๆเอาไว้ประดับ.. ยิ่งเฉพาะในเมืองกรุงเทพฯแบบนี้.. อะไรจะเหมาะไปกว่าการใช้งานมอเตอร์ไซค์อีก??

ดังนั้นเพื่อภาพลักษณ์ความสปอร์ตอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องใช้งานได้จริงด้วย.. ส่วนของแฟริ่งหน้าที่ได้รับการอัพเดตนั้น ทำให้ผู้ขับขี่รีดสมรรถนะของ YZF-R3 ได้มากขึ้น โดยเฉพาะระบบ “แอโร่ไดนามิค” เพียงแค่หมอบจัดท่าทางเข้าสู่โหมดเรซซิ่งสามารถหลบลมได้เกือบหมด เสียงลมที่มาปะทะหมวกกันน็อคหายไปแทบหมดสิ้น ทำความเร็วท็อปสปีดได้มากขึ้นด้วย นี่คือจุดสังเกตที่ยามาฮ่าปรับเปลี่ยนทีเดียวได้นก 2 ตัว “สวยขึ้นขี่ดีขึ้น”


3. ช่วงล่าง
อีกจุดที่รักษามาตรฐานไว้ได้ดีเช่นเดียวกับโฉมเดิม และเป็นจุดดึงดูดให้วัยรุ่นสายซิ่งเข้ามาซื้อหา.. โช้คอัพหน้าหัวกลับสีทองอร่ามพร้อมโช้คอัพหลังโมโนช็อคปรับระดับสปริงพรีโหลดได้ถูกเซ็ตอัพให้มีคาแรคเตอร์ที่เป็นมิตรกับมือใหม่ ความนุ่มนวลของการขับขี่ผ่านอุปสรรคต่างๆโดยเฉพาะรูปแบบถนนในเมือง ร่องถนนแตก ฝาท่อ ทางรถไฟ ซับแรงกระแทกได้อย่างดี

กลับกันหากนำไปขับขี่ในรูปแบบเรซซิ่งที่มีการใช้งานระบบกันสะเทือนที่หนักหน่วง โดยเฉพาะการตอบสนองตอนเข้าโค้งอาจพบอาการ “โหย่ง” ดั้งนั้นถ้ารู้ว่าเมื่อไรที่นำไปขับขี่แบบไหนแนะนำให้ปรับตั้งค่าหรือนำไปอัพเกรดได้ให้เหมาะตามสภาพการใช้งาน.. แต่ใครที่ขับขี่ City Use ทุกวันแน่ๆ โช้คอัพเดิมๆ “เหลือเฟือ” แล้ว

4. มิติการควบคุม
ตามที่บอกไปว่าเหมาะกับการเป็น City Use ทำให้ท่านั่งควบคุมนั้นมีความผ่อนคลาย “สบาย” อยู่พอสมควร แม้ออพชั่นต่างๆ ให้มาเพื่อ “เพิ่มความรู้สึกสปอร์ต” อย่างเต็มที่ ทั้งเบาะนั่ง 2 ตอน, แฮนด์จับโช้ค, แผงคอทรงสปอร์ต, โช้คอัพหัวกลับสีทอง แอโร่ได้นามิคที่ยอดเยี่ยม


เมื่อนำมาขับขี่ใช้งานจริงความสปอร์ตเหล่านั้นถูกแฝงไปด้วยความสบาย โดยเฉพาะท่านั่งแบบ Up Right ไม่ต้องก้มหลังมาก ช่วงแฮนด์ที่ยกสูงขึ้นมา ผนวกกับช่วงเว้าท่อนขาที่มีความกระชับ จึงทำให้การทรงตัว หรือจอดพักช่วงติดไฟแดงไม่เหนื่อยล้า..ที่สำคัญ “น้ำหนักตัว 170 กก. กับความสูงเบาะแค่ 780 มม. (ถังน้ำมันผอม) ช่วยให้ผู้ขับขี่รูปร่างเล็ก หรือผู้หญิงสามารถขับขี่ YZF-R3 ได้ง่ายขึ้นด้วย

5. การนำไปใช้งาน
ด้วยเครื่องยนต์สมรรถนะ “พอดีเมือง พอดีมือ” YZF-R3 เป็นรถสปอร์ต Entry คลาส ที่ตอบสนองต่อ “ความต้องการความแรง” ความสนุกได้อย่างดี อยู่ในขีดจำกัดของความปลอดภัย ทั้งต่อตัวเองและต่อเพื่อนร่วมถนน
โดดเด่นด้วยท่านั่งที่มีความผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันก็กระชับช่วงล่างของร่างกายได้เมื่อต้องการ สามารถขับขี่ใช้งานทุกวัน รวมไปถึงการนำไปทำเป็นรถซ้อมหรือรถแข่งก็ตาม ยังนำเอาตัวถังนี้ไปประกอบกับอะไหล่ซิ่งชิ้นอื่นๆให้ตอบสนองต่อการใช้งานเพิ่มเติมได้ไม่ยาก

ส่วนระบบความปลอดภัยอย่าง ABS หน้า-หลัง ติดรถมาให้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงว่าล้อจะสไลด์เวลาที่กำเบรกกระทัน

สุดท้าย Yamaha YZF-R3 ถูกจัดให้เป็นสปอร์ตไบค์ตัวเริ่มต้นอันดับแรกอยู่เสมอๆจากทั่วทุกมุมโลก เบาะนั่งเตี้ย โช้คอัพดี เครื่องยนต์แรง ขับขี่ง่าย พร้อมเติมฟีลลิ่งความสปอร์ต มือใหม่ขี่ได้ มือเก๋าขี่สบาย ในราคาจำหน่ายประเทศไทย 196,000 บาท เท่านั้น.. และดูเหมือนว่าโฉมนี้สามารถวางจำหน่ายในตลาดไปอีกสักพัก!


