ลองขี่ครั้งแรก.. Yamaha YZF-R7 มิดเดิลเวทสตรีทไบค์สุดมันส์ เต็มฟีลลิ่งสปอร์ต

เรื่อง: GUN1000R / ภาพ: Thai Yamaha Motor

“เข้าใจเล่น” สำหรับยามาฮ่าที่เปิดตัว 2021 Yamaha YZF-R7 แบบพร้อมจำหน่ายในบ้านเรา เข้ามาเติมเต็มช่องว่างอย่างไม่น่าเชื่อในตลาด“สปอร์ตมิดเดิลเวท” ได้อย่างลงตัว.. ด้วยเครื่องยนต์ CP2 สุดแข็งแกร่ง บวกความสปอร์ตสไตล์ยามาฮ่า… เกิดเป็นโมเดลใหม่ที่ครองใจไบเกอร์ชาวไทยได้ไม่ยากเย็น

หัวใจ CP2
อุดช่องว่างรูเบ้อเร่อของยามาฮ่าในคลาส“สปอร์ตมิดเดิลเวท”จนได้ กับต้นทุนที่ขายดิบขายดีทั่วโลกจวบจนปัจจุบันอย่าง MT-07 หัวใจเครื่องยนต์ CP2.. แม้ไม่ได้ให้ออพชั่นมามากมาย แต่ความกลมกล่อมของเครื่องยนต์บล็อคนี้เป็นคำตอบได้ดีจากยอดขายทั่วโลก

แน่นอนว่าเป็นเครื่องยนต์ 689 ซีซี. 2 สูบเรียง Crossplaneจุดระเบิด 270 องศา ปรับจูนเพิ่มเติมจากโมเดล MT-07 ให้เหมาะสมกับสไตล์ที่เปลี่ยนไป ..หากหลับตาฟังเสียงอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเครื่องสูบ V แม้จะขาดเสียงหวานๆของเครื่องยนต์ 4 สูบไป แต่งานนี้แฟนๆเครื่องยนต์ 2 สูบ V ต้องมีใจสั่น หันมาชมความดุดันและความงามทางนี้กันบ้าง

ความลงตัวของเครื่องยนต์ CP2 ทำให้เราสนุกไปกับแรงบิดตั้งแต่ 4,000 รอบขึ้นไปได้อย่างไม่ยากเย็น .. นับเป็นข้อดีของเครื่องยนต์ประเภทนี้ที่ทำให้เราเข้าถึงความสนุกได้ง่ายกว่าบล็อคเครื่องมากสูบ ..ดังนั้นคาแรคเตอร์ของ Yamaha YZF-R7 จึงแตกต่างจากสปอร์ตพร้อมแข่งอย่าง YZF-R6 อย่างหน้ามือ-หลังมือ..

เมื่อลองขับขี่ในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตยิ่งชัดเจน แรงบิดเติมเต็มได้สนุกสนานโดยที่เราไม่ต้องโฟกัสเรื่องการขยับเกียร์ขึ้น-ลงให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องและสถานการณ์มากนัก.. การเบรกจากความเร็วสูงแล้วพับเข้าโค้งที่ไม่จำเป็นต้องรักษารอบเครื่องยนต์ให้อยู่สูงแบบ YZF-R6 การเปิดคันเร่งเพื่อดึงแรงบิดที่ไปอยู่ในช่วงดังกล่าวมาใช้เร่งความเร็วออกจากโค้ง ..เพราะ YZF-R7 มีแรงบิดมาให้ใช้ตั้งแต่ 4,000 รอบไปแล้ว!

นอกจากความแตกต่างในการขี่รูปแบบสนามแข่งแล้ว เมื่อนำไปวิ่งบนถนนจริงๆ สัมผัสได้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก.. โดยเฉพาะการเบรก เบี่ยงแซง หรือเร่งความเร็วระยะสั้นๆ ก่อนวนลูปเดิม.. ลักษณะนี้ “เข้าทาง CP2 เขา” มากกว่า..

ตั้งใจออกแบบ “โครงสร้าง”
เป็นเรื่องง่ายที่หลายคนอาจคิดว่า ยามาฮ่าแค่เอา MT-07 มาแปลงใส่แฟริ่งกันง่ายๆ? แม้เป็นเฟรมเดิม ซับเฟรมเดิม(ยกท้ายขึ้น) ต้องบอกว่า “ส่วนด้านหน้า” เรียกได้ว่ายกโฉม..

การเปลี่ยนระยะ Rake &Trai ส่งผลอย่างมากต่อมิติการควบคุม รวมถึงการถ่ายเทน้ำหนักให้มีความสปอร์ตมากขึ้น เทไปข้างหน้ามากขึ้น ถึงอย่างนั้น Yamaha YZF-R7 กลับให้ความรู้สึกและท่านั่ง“ควบคุมได้ง่าย” มีเส้นระหว่างความสบายกับความกดดันกั้นขวางกันอยู่เพียงการขยับก้มเงยไม่กี่องศา โชคดีที่ R7 นั้นอยู่บนขีด “สบายๆ” ใต้เปลือก “สปอร์ตที่สุดในคลาส”

แฮนด์จับโช้คด้านหน้า สปอร์ตสุดๆใกล้เคียง YZF-R6 ท่านั่งของ YZF-R7 “เข้าถึงง่าย” ยืดหยุ่นมากกว่า (หมอบน้อยกว่า) ผู้ขับขี่สามารถขยับตัวได้มากกว่า พร้อมช่วงเว้าขาที่กระชับ โดยเฉพาะยามเข้าโค้งที่มีเหลี่ยมรอรับสรีระได้พอดี แต่ไม่ได้ “ล็อคขา” เหมือนเรซซิ่งเรพลิก้า แถมเบาะนั่งสูงจากพื้นแค่ 835 มม. เท่านั้น กับน้ำหนักตัวเพียง 188 กก.(รวมของเหลว) .. สรุปง่ายๆ“ยืนคร่อมสบายๆ แต่กระชับยามขับขี่” เหมาะสำหรับนำไปขับขี่บนถนนมากกว่าสปอร์ตเต็มตัวอย่าง YZF-R6 แน่นอน

ช่วงล่าง “คัดมาดี”
โดดเด่นมากๆ จัดมาให้เข้ากับการใช้งานอย่างแนบเนียน โช้คอัพหลังได้ Linked-Type โมโนช็อค วางนอนมาพร้อมปรับตั้งค่าสปริงพรีโหลดและรีบาวน์ได้ รวมถึงโช้คอัพหน้าจัดมาให้ชุดใหญ่ เป็น USD ขนาดแกน 41 มม. “ปรับแต่งเต็มระบบ” ทั้งพรีโหลด คอมเพรสชั่นรีบาวน์..เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบช่วงล่างของ R7 นั้นโดดเด่นกว่ามิดเดิลเวทสปอร์ตไบค์ค่ายอื่น

ฟีลลิ่งในการขับขี่ครั้งนี้แม้ไม่ได้ทดสอบกันแบบจัดเต็มเนื่องจากพายุฝนที่โหมกระหน่ำสนามช้างมา 3 วันติดต่อกัน แต่พอได้สัมผัสกับคาแรคเตอร์.. ค่าพื้นฐานที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ทำให้เรารู้สึกได้ทันทีถึงความสนุก รองรับการใช้งานแบบสปอร์ตได้อย่างจริงจัง มีการโยนบ้าง (เล็กน้อยมาก) พอเข้าใจได้เพราะเป็นรถที่เน้น Street Focus มากกว่า Track Focus นั่นเอง

ที่สำคัญคือยางติดรถหน้า-หลัง Bridgestone Battlax S22 โชว์ศักยภาพบนพื้นแทร็คชุ่มฉ่ำได้ดี สมกับเป็นรุ่นท็อปยางถนนที่ติดรถมาให้ หากขับขี่ด้วยความเร็วแตะ 200+ ในสนามแข่งได้แล้ว บนถนนแห้งยิ่งเชื่อใจได้เข้าไปใหญ่
ระบบเบรกหน้าได้ปั๊มบนจาก Bremboพร้อมคาลิเปอร์4 ลูกสูบ แบบเรเดียลเมาท์ด้านล่าง ทำงานคู่กับดิสก์เบรก 298 มม. พร้อมระบบเบรก ABS ดูอัลแชลแนล ด้านหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 245 มม. ให้ฟีลลิ่งสไตล์ยามาฮ่าเลย ..จับเร็ว ไม่ต้องออกแรงกำเบรกเยอะ

ฟีเจอร์ “ขี่สนุก”
“เข้าถึงง่าย” คือประเด็นสำคัญของ R7..นี่คือรถที่มีออพชั่นและความปลอดภัยขั้นพื้นฐานมาให้อยู่แล้ว (และเซ็ตอัพมาค่อนข้างดี) ทั้งระบบเบรก ABS, หน้าปัด LCD Full Digital อ่านง่าย(แอบทำเป็นหลังคาเล็กๆลดการสะท้อนแสงแดดด้วย)ไฟส่องสว่าง Full LED พร้อมโปรเจคเตอร์ไลท์มองเห็นตอนกลางคืนชัดแจ๋ว ทำหน้าที่เป็นทั้งไฟต่ำและไฟสูงตรงกลาง, พอร์ทUSB ซ่อนไว้ใต้แฟริ่งหน้าด้านซ้าย, ชุดสายไฟติดตั้งควิกชิฟเตอร์ที่เดินสายไว้ให้สวยงามแค่ซื้อเพิ่มมาติดตั้ง.. สิ่งเหล่านี้มีเพื่อ “เพิ่มอรรถรส” ในการใช้งานได้อย่างดี ทำให้เราสัมผัสกับความสนุกของ R7 ได้เต็มที่ ไม่มีอะไรมาตัดทอน

ประเด็นนี้อาจทำให้เกิดเสียงแตกว่า “มีเทคโนโลยีล้นๆไว้ก่อน” หรือ “ชอบดิบๆสนุกๆ” อันนี้ก็แล้วแต่จะเลือก แต่ยามาฮ่าก็ชัดเจนในแนวทางของเขาอยู่แล้วว่า “เป็นผู้นำความสปอร์ต ความสนุกอย่างแท้จริง”

สปอร์ตไบค์ขี่ง่าย
สรุปคือ Yamaha YZF-R7 เปิดตัว ปักธงขึ้นเป็นอันดับ 1 “สปอร์ตไบค์คลาสกลาง” ในประเทศไทยได้ทันที.. เราไม่สามารถนำ R7 ไปเทียบกับสปอร์ตตัวกลางของค่ายอื่นได้เลย เพราะพวกเขาเหล่านั้นมีความเอนเอียงไปทาง “ทัวร์ริ่ง” เสียมากกว่า.. แต่ R7 นั้นคือ “สปอร์ตเต็มขั้น” ที่ถูกปรับจูนมาให้ขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมบนท้องถนน

ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้.. R7 กำลังเปิดให้จับจองกันอยู่อย่างร้อนแรง ลงสต็อกเท่าไรก็หมดทันควัน กับออพชั่น2 สี ดำ, น้ำเงิน บนราคาชนมิดเดิลเวทสไตล์สปอร์ตทุกค่าย 339,000 บาทเท่านั้น ..ถ้าสิ่งที่ผมเล่าไปมันจริง? ไม่จริง? ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองได้เลย ตอนนี้เขามีประจำการศูนย์ Yamaha Rider’s Club ทั่วประเทศแล้ว ..จริงๆผมเองยังอยากเอามาขี่ตอนถนนแห้งๆบ้างนะ ใครได้ลองแล้วอย่าลืมแชร์ประสบการณ์ให้ผมฟังบ้างนะครับ?!