zontes 368k

Zontes 368K สกู๊ตเตอร์ออปชันแน่นสัญชาติจีน

Zontes 368K สกู๊ตเตอร์ออปชันแน่นสัญชาติจีน

Zontes 368K  

ครั้งนี้เราจะพาไปส่องโมเดลใหม่จากซอนเทสที่มีความน่าสนใจและมีกำลังเป็นที่แพร่สะพัดว่าจะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หลังจากกระแสของโมเดล 350D, 350E และ 368G ได้รับการตอบรับจากแฟน ๆ นักบิดชาวไทยเป็นอย่างดี และโมเดลที่คาดว่าจะนำมาจำหน่ายเพิ่มเติมก็คือเจ้า Zontes 368K นั่นเอง ซึ่งถึงกับเคยมีคนถ่ายรูปรถที่วิ่งทดสอบบนถนนในไทยได้ด้วย แต่เรื่องนั้นช่างมัน เราไปดูกันดีกว่ามีอะไรยังไงกันบ้างสำหรับโมเดลรหัส K คันนี้

 

 

สำหรับดีไซน์ของคันนี้มาในสไตล์สกู๊ตเตอร์ทรงลุงหรือทรงทัวริ่งนั่นเอง รูปลักษณ์จะออกไปในทางลื่นไหลด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งบวกกับชิลด์หน้าทรงสูงปรับระดับได้ในแบบของทัวริ่ง ไม่ได้เป็นทรงซิ่งทรงสปอร์ต แต่ก็มีความทันสมัยด้วยดีไซน์ของไฟหน้าและไฟท้ายที่เก็บไฟเลี้ยวบิลต์อินเข้าไปในตัวรถ ทำให้ไม่มีอะไรยื่นออกมาให้เกะกะ ระคายสายตา

Zontes 368K

สำหรับขุมพลังจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 368 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ SOHC 4 วาล์วต่อสูบ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า เคลมกำลังแรงม้ามาที่ 38.22 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิด 40 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนด้วยสายพาน โดยจะมีถังน้ำมันขนาด 17 ลิตรเหมาะกับการเดินทางไกล

 

ช่วงล่างของรถ ทางค่ายเลือกใช้เฟรมแบบสตีลไปป์ มีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คคู่ ส่วยระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจาก J.Juan ด้านหลังเองดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก J.Juan เช่นกัน ส่วนล้อเป็นล้ออลูมิเนียมรัดด้วยยางขนาด 120/70 – 15 และ 140/70 – 14 หน้าหลังตามลำดับ

ส่วนเรื่องของเทคโนโลยีถือเป็นจุดเด่นเลย ที่มีทั้งเรื่องของความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ในส่วนของความปลอดภัยก็มีทั้งแทรคชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล และโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ Eco และ Sport

Zontes 368K

 

ส่วนเรื่องความสะดวกสบายก็มีระบบอุ่นมือ ระบบคีย์เลส หน้าจอสี TFT 6.75 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มิเรอร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้งานได้ ยังมีเรื่องของกล้องบันทึกวิดีโอการขับขี่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังความจุ 128 กิ๊กกะไบต์ เซ็นเซอร์ Sony Starvis CMOS มุมมองกว้าง 150 องศา ความละเอียดมี่ 1080p ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง ช่องจ่ายไฟฟาร์ตชาร์จแบบ USB 2 พอร์ต เป็น Type-A และ Type-C อย่างละ 1 พอร์ต แถมทางค่ายยังจัดแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนมาให้ใช้ซึ่งมีข้อดีคือน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่ทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ 2 ใบ และช่องเก็บของด้านหน้าอีก 2 ช่องซ้ายขวา ตอบโจทย์ใช้งานกันแบบสุด ๆ

ส่วนสนนราคานั้นก็จะมีราคาที่จีนถูกกว่า 368G อยู่ 3,000 หยวน ดังนั้นถ้ามาไทยก็น่าจะมีราคาขายไทยถูกกว่าเล็กน้อยน่าจะประมาณ 15,000 บาท ทำให้ค่าตัวคันนี้น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 170,000 บาท แต่จะเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่นั้นต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่