รีวิว NIU FX PRO ราคาดีมีเรดาร์ นี่แหละมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ทัชใจ!
NIU คือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชั้นนำสัญชาติจีนที่พัฒนาโปรดักต์ได้ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นแบรนด์ที่จัดหนักในด้านเทคโนโลยีไม่น้อยหน้าใคร ๆ ที่สำคัญยังมีโรงงานประกอบอยู่ในประเทศไทย ภายใต้บริษัท P80 Jet ซึ่งโรงงานก็อยู่ในฟรีโซน ถนนบางนา-ตราด กม.13 นี่เอง และหลังจากส่งมอบมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงของทางค่ายพร้อมกับส่งมาให้ทีมงาน MTC ทำการทดสอบ เราก็เลยมี รีวิว NU FX PRO มาฝากดังนี้
หน้าตาแบบนี้ เทียบกับรถไซส์ไหน
ดีไซน์ของ FX PRO ความจริงให้มุมมองของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายุคใหม่ที่สวยเฉียบคม ด้วยทรง X-Shape ของระบบไฟส่องสว่าง Full LED ด้านหน้า ซึ่งให้ไฟโปรเจ็คเตอร์ที่สว่างชัด มองเห็นและจดจำได้แต่ไกลทั้งไฟหน้าและไฟท้าย
ส่วนขนาดของตัวรถ หากเทียบกับไซส์รถมอเตอร์ไซค์น้ำมันก็น่าจะจัดอยู่ในคลาสไม่เกิน 150 ซีซี. ที่เน้นความคล่องตัว ดูดี ทันสมัย เอาจริง ๆ จะบอกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในรูปทรงแบบสกู๊ตเตอร์สายพาน CVT ก็ไม่ผิด
ขุมพลังไม่ธรรมดา
การขับเคลื่อนรถคันนี้ หัวใจหลักมาจาก “ฮับมอเตอร์” กำลังขับ 2,000 วัตต์ (พีค 4,000 วัตต์) ตามสเปคเคลมไว้ว่าทำความเร็วสูงสุดได้ 80 กม./ชม. ดังนั้นเราจึงออกไปทดสอบ (ในโหมด Sport) พบว่าทำได้ 80 กม./ชม. จริงตามที่ระบุ อีกจุดที่จับอาการได้เหมือนกันคือ “คันเร่ง” ตอบสนองละเอียดและสมูท แทบไม่ต่างไปจากคันเร่งรถน้ำมัน
Riding Mode 5+1
สิ่งที่ทางแบรนด์เสิร์ฟมาแบบ “จัดเต็ม” คือออปชั่นตัวเลือกในการจัดการขุมพลัง ภายใต้โหมดขับขี่มากถึง 5+1 บอกเลยโคตรเยอะ!!
1.Wet โหมดที่เซ็ทค่าทุกอย่างมาให้หน่วงและสมูท เหมาะกับการใช้งานตอนฝนตก ถนนเปียกลื่น ซึ่งในการทดสอบครั้งนี้มีโอกาสใช้งานจริงในสถานการณ์ฝนตกด้วย ซึ่งก็เวิร์คดี ไม่มีปัญหาอะไร
2.Eco Save โหมดนี้ตามชื่อเลย เน้นการประหยัดพลังงาน เหมาะใช้งานพื้นที่จำกัด
3.Comfort โหมดที่ให้ฟีลนุ่มนวลใกล้เคียงโหมดอีโค เหมาะสำหรับการใช้งานภายในซอยหมู่บ้าน ในพื้นที่ไม่ต้องใช้ความเร็วมากนัก แต่ยังสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 40 กม./ชม.
4.Sport + Ultra Boost โหมดที่ “เหมาะมือ” และเหมาะสมสุด ๆ กับการใช้งานบนท้องถนนที่การจราจรวุ่นวาย เพราะอัตราเร่งและแรงบิด มีให้เรียกใช้ได้แบบไม่ติดล็อกใด ๆ อีกทั้งยังเป็นโหมดที่สามารถเรียกการ “บูสต์” เพิ่มอัตราเร่งจากสวิทช์ในตำแหน่งนิ้วชี้ที่แฮนด์ด้านขวา ซึ่งมีประโยชน์มาก ๆ ในการเป็นตัวช่วยเร่งแซง วิธีการใช้งานก็ไม่ยาก เพียงแค่ยกคันเร่งเล็กน้อยแล้วเหนี่ยวสวิทช์บูสท์เข้าหาตัว รถจะพุ่งพาเราเร่งแซงผ่านไปได้ทันท่วงที
5.Master ความพิเศษใส่ไข่อยู่ที่โหมดมาสเตอร์นี่เอง ซึ่งเป็นออปชันที่เปิดให้เราเข้าไปกำหนดกราฟลักษณะของอัตราเร่งได้ตามพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเอง รวมทั้งเซ็ทการเปิด-ปิด TCS และ ABS เอาไว้ได้เมื่อเซ็ทติ้ง+เซฟเรียบร้อย หากไปกดปุ่ม – + ที่ปุ่มตรงปะกับแฮนด์ฝั่งขวา เราจะพบว่าถัดจาก Sport Mode จะมี Master โชว์เพิ่มขึ้นมาตรงหน้าจอ สำหรับโหมดนี้แอดมินมองว่าเหมือน Short Cut เพื่อช่วยให้เราข้ามไปเซ็ทติ้งที่ใช้บ่อย ๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปไล่เปิดปิดอะไรต่าง ๆ อีกรอบ
ชาร์จเต็มวิ่งไกลแค่ไหน

แหล่งพลังงานของ NIU FX PRO มาจากแบตเตอรี่ 72V 32AH รองรับการใช้งานด้วยระยะทางสูงสุด 80 กิโลเมตร ต่อชาร์จ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับโหมด-ความเร็วที่ใช้ด้วยนะ เพราะการใช้พลังงานก็ผกผันโดยตรงกับพฤติกรรมการขับขี่ของเราเอง
ซึ่งในประเด็นนี้แอดมินประเมินว่าหากให้โหมด Sport ตลอดเวลา ก็อาจจะได้ระยะทางต่อ 1 ชาร์จประมาณ 50 กม. ซึ่งในลักษณะการใช้งานแบบ “คนเมือง” ที่เน้นขี่ไปออฟฟิศ-กลับบ้าน หรือขี่ไปโรงเรียน ไปซื้อของ ก็เพียงพออย่างแน่นอน
สำหรับการชาร์จต้องเสียบชาร์จผ่านอแดปเตอร์ กระแส 10A ที่ NIU แถมมาให้ สามารถชาร์จถึง 0-100% ภายใน 3 ชั่วโมง โดยต้องชาร์จผ่านตัวรถอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถถอดแบตฯยกเข้าบ้านได้ เนื่องจากน้ำหนักแบตเตอรี่มากถึง 21.2 กก. และติดตั้งเอาไว้ใต้ตำแหน่งวางเท้าใต้ฟลอร์บอร์ดนั่นเอง
จากการทดสอบในครั้งนี้ แอดมินอยากบอกว่าการบริหารจัดการ % แบตเตอรี่ ทำได้ค่อนข้างดี เพียงพอต่อการใช้ต่อรอบแน่นอน เราลองใช้โหมดต่าง ๆ รวมทั้งเร่งความเร็วอัลตร้าบูสต์และกดความเร็วสูงสุด ขับขี่ถ่ายทำจนจบยังเหลือถึง 29% ดังนั้นเมื่อมองถึงการใช้งานจริง หากชาร์จเต็ม 100 แล้วขี่ไปทำธุระ-ไปทำงาน กลับบ้านแล้วก็ยังมีแบตเตอรี่เหลือ หรือหากที่ทำงานมีจุดชาร์จแบบไฟบ้านปกติก็ยิ่งลงตัว
ออปชั่นความปลอดภัย มีอะไรบ้าง?
นอกจากมอเตอร์-แหล่งพลังงานและโหมดขับขี่แล้ว สิ่งที่ FX PRO พกมาเต็มร่าง คือ “ตัวเลือก” ด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งเยอะจัด ๆ
ระบบ Cruise Control
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เรียกใช้งานโดยการกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์ล็อกความเร็วที่แฮนด์ฝั่งซ้ายค้างไว้ราว ๆ 3 วินาที จากการทดสอบครั้งนี้เราสามารถเรียกระบบครูซคอนโทรลมาใช้ได้ในทุกช่วงความเร็ว เมื่อจะยกเลิกก็แค่กำเบรกเหมือนการใช้งานครูซคอนโทรลของรุ่นอื่น ๆ
ระบบ Reverse และระบบ Assist
ระบบ “เกียร์ถอยหลัง” เรียกใช้งานได้จากปุ่มเดียวกับที่สั่งการครูซคอนโทรล เพียงแต่ต้องกด 1คลิก ให้สัญลักษณ์ Reverse โชว์ขึ้นมา จากนั้นก็กดปุ่มอีกครั้งให้ค้างเอาไว้ ตัวรถจะถอยหลังให้ด้วยความเร็วระดับหนึ่ง โดยที่เราไม่ต้องบิดคันเร่ง ข้อดีของวิธีนี้ คือเรายังมีมือขวากำแฮนด์ประคองรถเอาไว้ทำให้ถอยหลังได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียหลัก และยังมีระบบ Assist ช่วยให้รถเคลื่อนที่ไปด้านหน้า ใช้ช่วยเวลาต้องการขยับรถเพื่อเข้าหรือออกจากที่จอดรถได้สะดวกยิ่งขึ้น
ระบบ Blind Spot Warning
แจ้งเตือนจุดอับสายตาจากรถด้านหลัง เป็นฟังก์ชั่นแบบเดียวกับรถยนต์หรือบิ๊กไบค์ตัวท็อป โดย FX PRO มีเรดาร์อยู่ด้านท้ายรถ เมื่อมีรถขับเข้ามาด้านหลังในตำแหน่งอับสายตา สัญลักษณ์แจ้งเตือนสีส้มจะปรากฏขึ้นบนมุมกระจกมองข้าง แน่นอนว่าการใช้งานจริงระบบนี้เวิร์คมากๆ เป็นหนึ่งในความเจ๋งของ FX Pro เลยก็ว่าได้
ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
อันนี้เป็นอีก 1 ระบบที่ใช้งานได้จากการมีเรดาร์ด้านหลัง คอยเตือนให้ผู้ขับขี่ได้ระมัดระวังว่ากำลังมีรถขับผ่านที่ด้านหลังเวลาถอยรถ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก
ระบบ TCS
แทรคชั่นคอนโทรล ของดีที่ควรมี และ NIU ก็ไม่กั๊ก แถมยังคิดเผื่อถึงบางสถานการณ์ที่อาจจะต้องให้รถปั่นล้อหลังต่อเนื่อง เพื่อพ้นจากอุปสรรคบนเส้นทาง จึงมีออพชั่นให้เข้าไปเปิด-ปิดได้ ทั้งปรับที่ตัวรถโดยตรง และปรับจากแอพ NIU EV
ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล
มาพร้อมดิสก์เบรกหน้า-หลัง และมือเบรกแบบปรับระดับได้ จากการทดลองใช้งานเบรกแบบกำแรงๆฉับพลันเพื่อดูการทำงานของระบบป้องกันล้อล็อก พบการบีบและคลายของคาลิเปอร์ที่ละเอียดพอสมควร หยุดความเร็วได้ปลอดภัย
ระบบ Regenerative Brake
เป็นระบบที่ทำงานทั้งการ “ชาร์จคืน” ในตอนที่ยกคันเร่ง พร้อม ๆ ทำให้เกิด “เอนจินเบรก” เพิ่มความหน่วงของตัวรถตอนที่ยกคันเร่ง ซึ่งจะมีประโยชน์มากในตอนที่ขี่ลงเนินลงทางลาดเอียง เพราะช่วยลดความเร็วของรถได้โดยไม่ต้องใช้เบรกเพียงอย่างเดียว สามารถตั้งค่าผ่านหน้าจอหรือในแอพ NIU EV ได้ 5 ระดับ
ระบบ Auto Hold
เพิ่มความปลอดภัยขณะจอดในทางลาดชัน ใช้งานโดยการกำเบรกค้าง 3-5 วินาที ระบบจะโชว์คำว่า Auto Hold ที่หน้าจอ และจะเบรกรถเราให้ขณะที่จอดค้าง จากการทดสอบพบว่าสามารถปล่อยมือทั้งสองข้างได้เลย เมื่อจะปลดล็อค ก็แค่บิดคันเร่ง ก็สามารถไปต่อได้ทันที
การออนระบบรถทำยังไง?
ก่อนใช้งานรถเราสามารถใช้วิธีเหล่านี้เพื่อ On ระบบเปิดการใช้งาน
- ใช้การ์ด NFC แตะสัญลักษณ์ NFC ใต้หน้าจอที่ตัวรถ
- เซ็ทวิธีการผ่าน แอพ NIU EV ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แต่ในการทดสอบครั้งนี้ เราทำลอง 3 วิธีการ
– แตะไอคอนเปิดออนระบบโดยตรงผ่านแอพฯ
– เปิดฟังก์ชั่นในแอพให้ “ขาตั้งข้าง” เป็นสวิทช์ออนระบบ เมื่อเดินไปเตะขาตั้งขึ้น เราจะได้เห็นทำงานของตัวรถที่ On ระบบพร้อมพร้อมขี่ได้ทันที
– เปิดฟังก์ชั่นในแอพให้ “เขย่าตัวรถ” เป็นสวิทช์ออนระบบ
ส่วนอีกหนึ่งออพชั่นที่เซ็ทแอพฯให้ใช้การออนระบบรถผ่าน “รหัสตัวเลข” ก็ทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอันนั้นเหมาะสำหรับการนำรถของเราไปปล่อยเช่าอะไรแบบนั้นมากกว่าครับ เพราะหากเป็นยูซเซอร์ที่ซื้อรถมาใช้ในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้ระบบ On สตาร์ทที่ง่ายที่สุด สะดวกที่สุดจะเหมาะกว่า เอาเป็นว่าใช้การ์ดนั่นแหละเวิร์คสุด
และเมื่อ On ระบบรถขึ้นมาแล้ว รถจะยังคงอยู่ในโหมด P หรือ พาร์คกิ้ง ดังนั้นต้องกำเบรกพร้อมกดสวิทช์ที่ปะกับแฮนด์ฝั่งซ้ายให้คำว่า Ready สีเขียวโชว์ขึ้นก่อนทุกครั้ง จึงจะสามารถบิดคันเร่งพารถออกไปได้
อาการรถ ฟีลลิ่งและการควบคุม
ด้วยช่วงเวลาที่ใช้กับรถนานหลายชั่วโมง ทำให้สัมผัสฟีลลิ่งจากการ รีวิว NIU FX PRO ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะประเด็นที่อยากเล่าเป็นพิเศษในด้านความเสถียรของตัวรถ อันเนื่องมาจากการตั้งใจออกแบบให้รถรุ่นนี้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ กล่าวคือน้ำหนักตัว 95 กก.(รถเปล่า) บวกน้ำหนักแบตเตอรี่ 21.2 กก. รวม ๆ น้ำหนักทั้งคันไม่มากนักแค่ 116.2 กก. แต่ทางค่ายเลือกวางแบตเตอรี่ไว้ใต้ตำแหน่งวางเท้า ทำให้เป็นเหมือนการถ่วงน้ำหนักตรงจุดซึ่งเกือบจะกึ่งกลางของตัวรถ ผลก็คือรถล้อเล็กขอบ 12นิ้วแบบนี้ ขับเคลื่อนได้นิ่งขึ้นอย่างชัดเจน
ขณะที่ฟลอร์บอร์ดกว้างกับเบาะนั่ง 2 สเตป ความสูงเบาะ 765 มม. ให้ท่วงท่าขับขี่รองรับผู้ใช้งานได้หลายสรีระ ขี่ง่าย เบามือ และคล่องตัวสูง คนร่างเล็กก็ขี่ได้อย่างแน่นอน
สำหรับระบบกันสะเทือนโช้คหน้าเป็นเทเลสโคปิค โช้คหลัง YSS ปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ ให้ฟีลลิ่งนุ่มนวลใช้ได้ ส่วนล้อหน้า-หลัง 12นิ้ว รัดยางจุ๊บเลส IRC Mobicity SCT001 ก็สอบผ่านสบาย ๆ กับการใช้งานทั่วไป ซึ่งยางชุดนี้ก็มีส่วนสำคัญในการลดอาการกระเด้งด้านหน้าตามธรรมชาติของล้อเล็กได้พอสมควร
ฟังก์ชั่น
ตามปกติของมอเตอร์ไซค์ยุคใหม่ของที่ขาดไม่ได้เลยคือฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบาย ซึ่ง NIU FX PRO มีมาให้ครบถ้วนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นช่องชาร์จ TYPE A และ C ที่อยู่ในช่องใส่ของด้านซ้าย ตรงจุดกึ่งกลางคอนโซลมีฮุคแขวนของติดตั้งไว้ให้
ทีเด็ดคือช่องใส่ของใต้เบาะ ทั้งกว้างและลึกมากพอให้ใส่หมวกกันน็อคได้ 1 ใบเลยทีเดียว ที่เป็นแบบนั้นเพราะ NIU เลือกใช้พื้นที่ใต้ฟลอร์บอร์ดในการติดตั้งแบตเตอรี่ ทำให้มีที่ว่างมากพอในบริเวณใต้เบาะนั่ง ในจุดนี้ยังแอบคิดไม่ได้ว่า การออกแบบที่ชาญฉลาดนี้ อาจจะทำให้การเพิ่มแบตเตอรี่ให้กับรถรุ่นนี้ในอนาคต ทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
การจะใช้งานเบาะนั่ง ทำโดยการกดปุ่มเพื่อเปิดเบาะที่ตำแหน่งนิ้วโป้งมือขวา 2 ครั้งแบบคลิก ๆ หรือจะเสียบกุญแจบิดเปิดเบาะเหมือนมอเตอร์ไซค์ทั่วไป รวมทั้งแตะปุ่มไอคอนเปิดเบาะในแอพ NIU ก็ได้เช่นกัน
จอ TFT คือความโดดเด่นข้อถัดมาของ NIU FX PRO เพราะเป็นจอสีที่สวยงามคมชัด อ่านง่ายสุด ๆ การควบคุมหน้าจอ ผ่าน ระบบ Cloud ที่ “แป้นหมุน” หรือ Knob ซึ่งติดตั้งอยู่บนปะกับแฮนด์ฝั่งขวา โดยสามารถหมุนวงแหวนรอบนอกของแป้น เพื่อเข้าดูข้อมูลและใช้ฟังก์ชั่นในการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับตัวรถผ่านบรูทูธ เช่นดูการจัดการแบตเตอรี่, ระบบการนำทางร่วมกับฟังก์ชั่น Go Play ในแอพ, ข้อมูลการขับขี่, นาฬิกาจับเวลา, การแจ้งเตือนสายเข้า, แจ้งเตือนแรงดันลมยางร่วมกับอุปกรณ์เสริม(ไม่ได้แถมมากับตัวรถ)
และหากกดปุ่มตรงกลางแป้นหมุนลงไปค้างไว้ ราว 3 วินาที ก็จะเข้าสู่การปรับตั้งฟังก์ชั่นและระบบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวรถ หรือ Vehicle Setting ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด TCS, เปิด-ปิด ABS และ เปิด-ปิด Auto Hold, Assisted Reverse, UltraBoost ,Driving Mode Memory, ฟังก์ชั่นการล็อคคอ, ฟังก์ชั่นควบคุมสปีดลิมิต, รวมถึงการคัสตอมโหมดขับขี่ไว้ใช้เอง และปรับ Regenerative Braking ที่จะปรับสุดหรือปิดไปเลยก็ได้
ยังมีฟังก์ชันเท่ ๆ พรีเมียม ๆ ที่ปกติไม่มีมอเตอร์ไซค์คันไหนมี กับไฟส่องพื้นซึ่งก็ดูเป็นกิมมิกที่เท่ดี
แอพพลิเคชั่น NIU EV
แน่นอนว่ารถ FX PRO และจอ TFT ชุดนี้ออกแบบมาให้เชื่อมต่อผ่านระบบบลูทูธ เพื่อใช้งานร่วมกับ แอพพลิเคชั่น NIU EV ที่จะควบคุมฟังก์ชั่นที่เรากล่าวถึงมาก่อนนี้ทั้งหมด รวมทั้ง Go Play ที่จะพาเราเข้าสู่ระบบนำทางของ NIU ได้โดยตรง
ฟังก์ชั่นที่จะใช้จากแอพ NIU EV มีเยอะมาก ๆ แต่หลัก ๆ ก็ตามนี้ครับ
![]() |
![]() |
![]() |
-เปิด/ปิด ออนระบบรถจากระยะไกล
-เปิดเบาะจากระยะไกล
-ตั้งค่าค้นหาตัวรถด้วยเสียงแจ้งเตือน
-ตั้งค่าระบบ Smart Start เช่น เตะขาตั้งหรือเขย่ารถเพื่อออนระบบรถ
-ปรับเสียงเอฟเฟคท์ที่จะดังตอนแจ้งเตือนหรือเปิดไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน
-ทำชอตคัท สั่งการรถด้วยเสียง
-ตั้งค่าระบบกันขโมย
-ตั้งค่าลักษณะการขับขี่ Customise Your Ride ซึ่งจะแตกย่อยไปถึงการกำหนดความหน่วงของระบบ Regenerative Brake, กำหนดสปีดลิมิต, ระบบล็อคคอเมื่อจอดแล้วหักแฮนด์ไปด้านซ้ายอัตโนมัติ, ตั้งค่าระบบ Auto Auto Hold, เปิดระบบ Ultra Boost, เปิด-ปิด ABS, เปิด-ปิด Traction Control รวมทั้ง Master Mode ที่เราจะเซฟเอาไว้ใช้ได้
อย่างไรก็ตามแอพฯ NIU EV นี้จะใช้งานได้สมบูรณ์ที่สุดในกรณีที่เป็นเจ้าของรถเอง ดังนั้นใครซื้อรถมาก็ควรอ่านคู่มือให้ละเอียดอีกทีครับ
สรุป
จากออปชั่นที่ให้มาแบบจัดเต็ม แถมยังสามารถจัดการกับรถได้ทั้งแบบแมนวลและทำผ่านแอพฯ สมรรถนะการขับขี่ดี คล่องตัว ขี่ง่าย ระบบความปลอดภัยครบถ้วน เทคโนโลยีไม่มีกั๊ก ราคาจำหน่าย 69,000 บาท แต่เดี๋ยวก่อนยังมีราคาพิเศษ จากมาตรการ EV 3.5 จากทางรัฐเหลือเพียง 59,000 บาท ถือว่าไม่แพงครับ..เล่นได้!!
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่












































