2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO ปรับใหม่ทั้งคัน ล้ำแรง ไม่ง้อคลัตช์
เปิดตัวเสียทีหลังจากปล่อยทีเซอร์ออกมาในรูปแบบเทคโนโลยีสมัยใหม่มาทีละนิด ให้สาวกผู้รักการผจญภัยรอมานานกับเจ้า 2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO สุดยอดทัวริ่งแอดเวนเจอร์ที่ตอนนี้นับได้ว่าล้ำและแรงที่สุดของทางค่ายส้ม
ดีไซน์ที่ปรับปรุงไม่ใช่แค่เพียงความหล่อเท่อย่างเดียวแต่คำนึงถึงเรื่องของการยศาสตร์ที่ดีอีกด้วย แฟริ่งและเบาะนั่งออกแบบใหม่ ระบบไฟหน้าใหม่ ชิลด์หน้าใหม่ และอีกหลาย ๆ จุดเล็ก ๆ น้อย
มาถึงเครื่องยนต์ที่เป็นเสมือนหัวใจหลัก และมีการปรับปรุงขนานใหญ่เช่นกัน เครื่องยนต์วีทวิน LC8 ไซส์บิ๊กแต่เดิม เพิ่มขนาดขึ้นไปอีกจาก 1,300 ซีซีเป็น 1,350 ซีซี รีดแรงม้าออกมาได้มากสุดถึง 173 แรงม้าที่ 9,500 รอบ และแรงบิดมหาศาลถึง 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ด้วยการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์หลายชิ้น
และที่สำคัญยังมีเทคโนโลยี Camshift ที่จะมาช่วยเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำ ๆ ขณะเดียวกันก็มีรอบปลายที่ดียิ่งขึ้น ทั้งยังปล่อยไอเสียน้อยและประหยัดน้ำมันมากขึ้น
โดยเจ้าระบบนี้ที่รอบสูง ๆ แคมไอดีจะชิฟต์หรือไปด้านข้างเปิดวาล์วให้นานขึ้นและสูงขึ้นเพื่อเติมส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศเข้าไปให้มากขึ้น ช่วยให้ได้กำลังแรงเต็มที่ ในทางตรงกันข้ามที่รอบต่ำ แคมไอดีจะชิฟต์กลับเข้าที่เพื่อให้ระยะเวลาการเปิดของวาล์วและองศาการเปิดนั้นเป็นไปในแบบที่ทางค่ายตั้งใจจะให้การขับขี่ที่รอบต่ำราบลื่นไปได้ด้วยดี
หรือพูดง่าย ๆ ว่ามันคือระบบวาล์วแปรผันนั่นเอง เรียกได้ว่าจะตอบโจทย์การขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบเลย
ในส่วนของเครื่องยนต์ของโมเดลนี้ยังมีอีก 1 ไฮไลท์ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ AMT หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Automated Manual Transmission ซึ่งเป็นครั้งแรกของทางค่ายและตอนนี้มีเฉพาะโมเดลนี้เท่านั้น ซึ่งระบบนี้ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ว่าจะขับขี่แล้วเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองแบบแมนวล หรือจะให้ระบบช่วยเปลี่ยนให้แบบออโต้เหมือนที่ค่ายอื่น ๆ เขาเปิดตัวระบบที่คล้ายคลึงกันนี้ไปก่อนแล้ว
ช่วงล่างมีการปรับปรุงใหม่ ในส่วนของเฟรมมีการปรับความแข็งเสียใหม่เพื่อให้รถมีการควบคุมและความนิ่งที่ดีขึ้น พักเท้าต่ำลง 8 มม. และกว้างขึ้น 10 มม.เพื่อให้คนขับขี่สบายมากขึ้น
ระบบกันสะเทือนจัดเต็มด้วยระบบโช้คปรับไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด WP Semi-Active Technology ที่ทำงานได้ละเอียดแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo 4 ลูกสูบ ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo เช่นกัน ปิดท้ายช่วงล่างด้วยเรื่องของล้อแม็กและยางที่มีขนาด 120/70 ZR 19 และ 170/60 ZR 17 หน้าหลังตามลำดับ
ต่อกันที่เรื่องของเทคโนโลยีของคันนี้บอกได้เลยว่าจัดเต็มมาก ๆ มีอะไรใส่มาให้แทบทั้งหมดเลยทีเดียว เด่นสุดคือ ระบบเรดาห์เจเนอเรชันที่ 5 ใช้เซ็นเซอร์จากทาง Bosch มีขนาดเล็กลงยิ่งกว่าเดิม แต่สมรรถนะดีขึ้น ตรวจจับรถบรรทุกได้ดียิ่งขึ้น ทำความเร็วสูงสุดได้มากขึ้นพร้อมฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายทั้งแบบ Dynamic, Street และ Group Ride
ซึ่งระบบเรดาห์ด้านหน้าช่วยให้มีระบบอะแดปทีฟครูซคอนโทรลที่เลือกระยะห่างได้ ออกตัวและหยุดรถได้เอง ระบบช่วยเบรก ระบบเตือนการชนด้านหน้าและระบบเตือนเรื่องระยะห่างจากคันหน้า
ยังมีโหมดการขับขี่ปรับปรุงใหม่หมด มีมาให้ทั้งหมดเพียบทั้ง Rain, Street, Sport, Offroad และ Custom ซึ่งแต่ละโหมดก็สามารถปรับเซ็ตเองได้อีก โดยจะสามารถเลือกให้การทำงานของระบบย่อย ๆ ต่างทำงานที่ระดับไหนได้เอง
ระบบเบรก ABS ระบบแทรคชันคอนโทรล ระบบช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบโช้คปรับไฟฟ้า
ยังไม่หมดแค่นั้นรถยังมีระบบไฟส่องสว่างในโค้ง หน้าจอสีแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้วแบบแนวตั้ง เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้
สุดท้ายนี้ตัวรถวางจำหน่ายด้วยกัน 2 เฉดสี คือ สีส้มและสีดำ ทว่าราคานั้นยังไม่มีการประกาศ แต่คาดการณ์ว่าถ้ามาจำหน่ายในบ้านเราราคาก็คงอยู่ที่ราว ๆ 1.2 ล้านบาทแน่แท้
รีวิว เต็มทริป KTM 390 Adventure สรุป 7 ประเด็นโดนๆ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่













